งไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่านั่นเป็นสีหน้าสิ้นหวังที่มิอาจช่วยคนที่ตัวเองรักได้ บางทีเขาอาจจะกำลังกล่าวโทษตนเองอยู่ก็เป็นได้
ทว่าตอนนั้นเขาประหลาดใจยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้นก็มิได้เข้าไปในตำหนักของเสด็จพ่อเพื่อดูเหตุการณ์
แต่นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ชายผู้มักจะเข้าวังมาพร้อมกับของเล่นและอาหารแปลกใหม่เพื่อมอบแก่องค์ชายก็มิเคยปรากฏตัวออกมาอีกเลย
เขาเคยถามหมู่เฟย แต่หมู่เฟยกลับรับสั่งว่าเขาโชคไม่ดี ดังนั้นจึงป่วยและตายที่จวนอ๋อง
จนกระทั่งเขาโตขึ้นจึงได้รู้ว่าชายาของเสด็จอาเคยยุยงเสด็จอาให้แย่งชิงบัลลังก์ของเสด็จพ่อ
ทว่าแม้เสด็จอาจะเชื่อฟังคำพูดของภรรยามาก แต่เขากลับปฏิเสธความคิดของนาง
หากมิใช่เพราะวันนั้นชายาของเขาเอ่ยเรื่องนี้ให้บุคคลที่สามฟัง บางทีปัจจุบันพวกเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข
ทว่าเหล่าพระญาติไม่มีวันยินยอมให้ผู้หญิงที่มีความมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนี้ได้อยู่ข้างกายของเสด็จอา
สุดท้ายตอนนี้หลงเทียนอวี้เข้าใจแล้ว
อันที่จริงไม่ว่าพระสนมของวังหลังหรือแม้กระทั่งชายาของพวกอ๋อง หากพวกนางอยากมีชีวิตหรูหราผาสุก เช่นนั้นพวกนางมิควรเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของต้าจิ้น
ทว่าตอนนี้ฮองเฮาคิดจะกุมอำนาจวังหลังทั้งหมด ฉะนั้นคนเหล่านั้นจึงมิอาจทนมองเฉยๆ
แต่สิ่งเดียวที่เขากำลังกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือหากหลินเมิ้งหยาถูกคนเหล่านั้นเพ่งเล็ง เกรงว่าแม้แต่หลินมู่จือก็คงมิอาจปกป้องนางได้
หวังว่าผู้คน