ตอนนี้พวกเรายังออกไปได้หรือไม่? ข้าอยากกลับจวนตอนนี้เลย”
หลินเมิ้งหยาอยากลุกขึ้นจากเตียง แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพราะอาการมึนหัว
“แม่นางเอ๋ย ตอนนี้คฤหาสน์แห่งนี้มีทั้งหมาป่าและเสือ อย่าว่าแต่กลับจวนอวี้เลย หากเจ้าโผล่หน้าออกไปนอกประตู เกรงว่าจะถูกอุ้มหายไปในทันที”
ชิวอวี้ส่งเสียงไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป อันที่จริงเขาหาได้หมดหนทางที่พาหลินเมิ้งหยาออกไปไม่
ทว่าหากเขาทำเช่นนั้น เกรงว่าตัวตนของเขาอาจถูกเปิดเผย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยความจริงทุกอย่างให้หลินเมิ้งหยาฟัง
หลังจากหลินเมิ้งหยาส่งสายตาอาฆาตให้กับชิวอวี้แล้ว นางทำได้เพียงนอนนิ่งบนเตียงเพื่อพักผ่อนและวางแผน
“เจ้าบอกว่าคฤหาสน์แห่งนี้ยังไม่มีคนของพวกเขาใช่หรือไม่?”
นานกว่าหลินเมิ้งหยาจะเอ่ยออกมา
ชิวอวี้รีบผงกศีรษะลง ก่อนจะรายงานสถานการณ์ที่เขาสอดแนมให้หลินเมิ้งหยาฟังอย่างละเอียด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเรามาเล่นเกมจักจั่นลอกคราบกับพวกเขาดีหรือไม่?”
ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย
“เกรงว่าจะไม่ง่าย คนเหล่านั้นเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา หากพวกเขาพบตัวเจ้าคงจะแย่แน่ สู้ซ่อนตัวอยู่ที่นี่จะดีกว่า ข้าเชื่อว่าหลงเทียนอวี้จะต้องไม่เพิกเฉยเจ้าอย่างแน่นอน”
เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าประตูวังถูกเล่าต่อๆ กันมา
ทุกคนล้วนถกเถียงกันว่าช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่อ๋องอวี้ผู้เย็น