ึงเตรียมออกมาหาเจ้า แต่ดูเหมือนการมาเร็วจะเทียบไม่ได้กับการเจอกันโดยบังเอิญเช่นนี้ เจ้าคิดเห็นเช่นเดียวกันหรือไม่?”
ชิวอวี้ดึงดาบออกมา ใบหน้ายังคงหยักยิ้มอ่อนโยน
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับใช้สายตาเสมือนกำลังมองคนแปลกหน้าส่งไปหาเขา สายตาจับจ้องใบหน้าและดาบในมือนิ่ง
“เจ้าเป็นใครกันเล่า? เหตุใดพวกเจ้าทุกคนจึงต้องปิดบังตัวตนของตัวเองเอาไว้และมาปรากฏตัวในชีวิตข้า? พวกเจ้ารับรู้ความเจ็บปวดของข้าหรือไม่? ข้าไม่อยากถูกใครหลอกใช้อีกต่อไปแล้ว!”
ตอนนี้อารมณ์ของหลินเมิ้งหยาไม่ปกติ นางไม่แม้แต่จะสนใจบาดแผลบนมือ
ชิวอวี้ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นหลังจากได้เห็นท่าทางของนาง
ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้จะไม่ดีเสียแล้ว
เหตุเพราะเสียเลือดมาก ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง
เลือดที่รินไหลออกจากมือข้างที่บาดเจ็บท่วมผืนดินจนกลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ แต่หลินเมิ้งหยากลับจ้องมองชิวอวี้ด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขากำลังอธิบายอย่างไรอย่างนั้น
ช่วยไม่ได้ ชิวอวี้ทำได้เพียงกระโดดขึ้นไปยืนด้านหลังของหลินเมิ้งหยาแล้วใช้ฝ่ามือสับคอนาง
ร่างของสิงโตน้อยที่แสดงท่าทางดุร้ายเมื่อครู่พลันอ่อนยวบลงแล้วตกอยู่ในวงแขนของชิวอวี้
“หลับลงก่อนเถิด พอตื่นแล้วความเจ็บปวดก็จะหายไป”
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นภายในตรอกแห่งนั้น ก่อนที่ร่างของคนทั้งสองจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เมิ้งหยา เมิ้งหยา”
มือถือโคมรูปผีเสื้อลวดลายงดงาม