ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาพลันหุบลงทันทีที่มาถึงตรอกแห่งนั้น
ใบหน้าแข็งทื่อ ดวงตาเย็นชา จมูกได้กลิ่นเลือดตลบอบอวล
ย่างสามขุมเข้าไปทีละก้าว ท่ามกลางความมืดมิดแห่งนั้น ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นทำให้หัวใจของเขาบีบตัวเข้าหากัน
อาศัยแสงไฟจากโคมไฟในมือเพื่อส่องดูร่างนั้น ก่อนจะได้เห็นศพนอนตายตาไม่หลับ
โชคดีที่ไม่ใช่หลินเมิ้งหยา
ขณะที่หลงเทียนอวี้กำลังจะหมุนตัวจากไป อยู่ๆ เขาพลันได้กลิ่นหอม ดวงตาจึงหรี่เล็กลง
นั่นมัน….
ก้มหน้าลง ก่อนจะหาอย่างละเอียด ในที่สุดเขาก็ได้เห็นกองเลือดบนพื้น
ไม่ผิดแน่ ไม่รู้ว่าเพราะคุ้นเคยกับนางหรือไม่ หลงเทียนอวี้จึงจำกลิ่นเลือดของหลินเมิ้งหยาได้อย่างชัดเจน
กลิ่นเลือดปะปนไปด้วยกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ มีเพียงหลินเมิ้งหยาคนเดียวที่มีมัน
จ้องกองเลือดบนพื้นนิ่ง คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากันแน่น
เลือดออกมากมายขนาดนี้ หลินเมิ้งหยาได้รับบาดเจ็บสาหัสมากขนาดไหนกัน?
เดินลึกเข้าไปในตรอกอีกสองสามก้าว แต่เขากลับไม่พบร่องรอยการหายตัวไปของหลินเมิ้งหยา
หัวใจเสมือนถูกบีบเค้นอย่างรุนแรง หรือว่า…
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยไร้ความสามารถ พวกเราไม่พบเบาะแสของพระชายาเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ด้านนอกตรอก ร่างของหลินขุยพลันปรากฏต่อหน้าหลงเทียนอวี้
คุกเข่าลงบนพื้น ทว่าศีรษะกลับมีเหงื่อชุ่ม
เมื่อครู่ท่านอ๋องรับสั่งว่าพระชายามิได้อยู่ในสถานที่ซึ่งนัดกันไว้ คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงพริบตาเดียว พระชายาจะหายตัวไป
หางตามองเ