ั่นใจของหลินเมิ้งหยาแล้ว เขาทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับ
“หรือท่านพ่อจะขอร้องให้ท่านทำเรื่องนี้?”
หลินเมิ้งหยาแปลกใจยิ่งนัก สหายร่วมรบของท่านพ่อล้วนกล้าหาญองอาจ แต่เพราะเหตุใดเขาจึงกลายมาเป็นหัวหน้าขันทีในวังหลวงเช่นนี้เล่า?
“เฮ้อ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นข้ากับพ่อของเจ้าเป็นแม่ทัพแนวหน้าภายใต้การบัญชาการของปู่เจ้า แต่ทุกสงครามย่อมมีการสูญเสีย ปีนั้นข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้บาดแผลจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ฮ่องเต้เมตตาข้า ดังนั้นจึงรับข้าเข้ามารับใช้งานในวังหลวง”
แม้น้ำเสียงของอวี้เฉียงจะยังคงราบเรียบ แต่หลินเมิ้งหยากลับสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้า
ทว่าความคิดหนึ่งแล่นพล่านเข้ามาในสมอง
เกรงว่าสาเหตุที่ทำให้อวี้เฉียงยอมทำงานรับใช้ในวังหลวงจะต้องไม่ธรรมดา
ใยบุรุษผู้อาจหาญชาญชัยในสงครามจึงยอมผันตัวมาเป็นขันทีในวังหลวงได้เล่า? หากมิใช่เพราะจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ คาดว่าความตายยังไม่น่ากลัวเท่า
“น้ำกับผ้าสะอาดมาแล้วเจ้าค่ะ”
ซูหลานและป๋ายซูหอบข้าวของเข้ามาขัดจังหวะ
ทั้งสองจึงจบบทสนทนา หลินเมิ้งหยาลงมือรักษาแผลให้อวี้เฉียงด้วยความระมัดระวัง
“ท่านอาจารย์ ตกลงใครเป็นผู้ทำร้ายท่านอย่างนั้นหรือ?”
แผลที่สาหัสที่สุดคือรอยถูกดาบฟันบริเวณแขนขวา
พันบาดแผลให้แน่น แม้บาดแผลจะดูน่าหวาดกลัว แต่โชคดีที่เป็นเพียงอาการบาดเจ็บภายนอก
หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูมิได้คิดอะไรมาก ผ