ิดกับซูหลานที่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตากลมโตเผยให้เห็นความเสียใจที่พยายามปกปิดเอาไว้
“ข้าไม่เป็นอะไร จริงสิ เจ้าได้สร้างปัญหาอะไรให้พระชายาบ้างหรือไม่?”
น้ำเสียงของอวี้เฉียงเจือไว้ซึ่งความอ่อนโยน
ซูหลานเป็นลูกศิษย์ของอวี้เฉียง ดังนั้นหลินเมิ้งหยาที่เพิ่งรู้จึงชะงักไป
ตอนแรกนางคิดว่าซูหลานเป็นเพียงลูกน้องของอวี้เฉียงเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าทั้งสองจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเช่นนี้
“ยังจะพูดอีกว่าไม่เป็นอะไร แม่นางป๋ายซูเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว หากมิใช่เพราะพวกนางไปถึงที่นั่นได้ทันเวลา เกรงว่า…เกรงว่าศิษย์คนนี้คงไม่ได้พบเจอท่านอาจารย์อีก”
น้ำตารินไหลออกจากดวงตาของซูหลาน
ป๋ายซูรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซูหลาน หลินเมิ้งหยาเข้าใจความรู้สึกของการได้เห็นคนที่ตนเองรักรอดพ้นจากความตายดี
แต่ถึงกระนั้นซูหลานก็มิได้ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญ
บางทีนางคงเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ดี ดังนั้นนางจึงทำเพียงแอบร้องไห้เงียบๆ เท่านั้น
“ดูเจ้าเถิด เจ้าทำให้พระชายาและแม่นางป๋ายซูต้องเห็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว เหตุใดเจ้าจึงชอบร้องห่มร้องไห้เช่นนี้นะ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้าไม่เป็นอะไร หากไม่เชื่อเจ้าก็ถามชายาอวี้ดูเองเถิด”
มองดูลูกศิษย์ซึ่งกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น อวี้เฉียงรู้สึกทำตัวไม่ถูก
บางทีความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ของพวกเขาคงแนบแน่นยิ่งนัก
หลินเมิ้งหยายิ้มแล้วผงกศีรษะลง ดังนั้นซูหลานจึงวางใจ
ทว่าความรู้สึ