ผลปรากฏว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่หลินเมิ้งหยาคาดเดา
บริเวณรอบๆ เรือนของนางไร้ซึ่งเงาของขันทีหรือนางใน
เมื่อก่อนไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่นสักเพียงไหน พวกขันทีและนางในมักจะแวะเวียนสับเปลี่ยนเดินผ่านไปมาบริเวณเรือนของนาง
ดูท่าคนที่อยู่เบื้องหลังคงจะมั่นใจแล้วว่านางไม่มีทางมีชีวิตรอด
ไม่นานหลินเมิ้งหยาและป๋ายซูก็เดินมาถึงกองจัดสรรนางในของฝ่ายใน ทว่าเพียงก้าวมาถึงหน้าประตู จมูกของนางพลันได้กลิ่นไหม้
“แย่แล้ว นายหญิงดูนั่นสิเจ้าคะ!”
ป๋ายซูรีบกระโดดเข้ามายืนกำบังหลินเมิ้งหยา หลังจากบดบังร่างของนางเอาไว้จนมิดแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงมองตามนิ้วมือของป๋ายซูซึ่งชี้ไปยังกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเรือนเล็กไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่
หากทว่ายามนี้ท้องฟ้ามืดมิดอับแสง จึงไร้ผู้คนสังเกตเห็น
หลินเมิ้งหยากลับรู้สึกประหลาดใจ อย่างน้อยคนที่อยู่แถวนั้นก็ควรจะมองเห็นนี่สิ แต่เพราะเหตุใดคนที่อยู่บริเวณนั้นจึงไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวายเลยแม้แต่น้อย?
“ระวังตัวเอาไว้ เรื่องนี้ชักจะแปลกๆ เสียแล้ว”
แม้จะยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของป๋ายซู ทว่าหลินเมิ้งหยายื่นมือไปกระตุกแขนของนางพลางกระซิบเตือน
อาศัยความมืดแอบแฝงตัวตามเงาของกำแพง หากไม่สังเกตก็มิอาจมองเห็นพวกนางได้
กลิ่นเหม็นไหม้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บริเวณรอบๆ กลับยังคงเงียบกริบ
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะแอบอยู่ด้านหลังประตูใหญ่
สวนของฝ่ายในกว้างขวางอย่างยิ่ง ทว่าห้องหับกลับธ