รรมดาไม่มีอะไรพิเศษ เท่าที่หลินเมิ้งหยาได้เห็น มันคือห้องที่เรียงกันเป็นทางเดินยาว
ทว่าผู้อยู่อาศัยในห้องเหล่านั้นกลับเงียบกริบ
ทั้งที่เกิดไฟไหม้บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวนด้านหลัง แต่ทว่าส่วนหน้ากลับเงียบกริบจนน่าขนลุก
ราวกับว่าเรือนส่วนหน้าไร้เงาสิ่งมีชีวิต
หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูไม่กล้าเดินเข้าไป พวกนางทำเพียงยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอดูเหตุการณ์ ราวๆ สิบนาทีต่อมา เสียงแผดร้องพลันดังลั่น
“แย่แล้ว! ไฟไหม้! รีบมาช่วยเร็ว!”
เสียงตะโกนดังขึ้น ดูเหมือนจะเป็นเสียงของขันที
ราวกับถูกปลดสลักอย่างไรอย่างนั้น พวกขันทีและนางในต่างพากันวิ่งกรูออกมาด้านนอก
หลินเมิ้งหยาเห็นกระจะตาว่าพวกเขาวิ่งออกจากประตูอย่างพร้อมเพรียงกัน
แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสงสัยยิ่งขึ้นไปอีก สิ่งนี้ทำให้นางมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตนเอง
นั่นก็คือการที่พวกเขาล้วนสวมเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แม้กระทั่งเส้นผมก็จัดเป็นทรงเข้าที่ไม่ยุ่งเหยิง
เท่าที่นางเข้าใจ แม้พวกขันทีและนางในจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำงาน แต่อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ควรจะเพิ่งตื่นจากความฝันมิใช่หรือ
หากคืนนี้นางมิได้อยู่ที่นี่ เช่นนั้นนางก็คงจะไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้
คนที่วิ่งออกมานอกห้องต่างพากันหาของที่จะใช้ดับไฟ
วุ่นวายเหลือเกิน หลินเมิ้งหยาและป๋ายซูแอบเข้าไปยังสวนด้านหลัง
สัญชาตญาณบอกนางว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ในคราวนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเจ