ินจูอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นจะบังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไร เพียงเจินจูกลับมา ฝ่ายในก็เกิดเหตุไฟไหม้
คนพวกนี้คงนัดกันเอาไว้แล้ว บางทีอาจจะรอเพียงสัญญาณจากใครบางคน
เมื่อคิดได้ดังนี้ หัวใจของหลินเมิ้งหยาพลันเย็นเฉียบ หรือคนพวกนี้คิดจะ…
สวนด้านหน้ายังคงวุ่นวาย ขณะเดียวกันสวนด้านหลังก็โชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิง
สวนด้านหลังของฝ่ายในกว้างขวางกว่าสวนด้านหน้ามาก แต่กลับมีคนอาศัยเพียงน้อยนิด หลินเมิ้งหยากวาดสายตามอง ก่อนจะพบว่าบริเวณสวนด้านหลังส่วนใหญ่เป็นโรงเก็บของ
พวกนางในและขันทียกถังน้ำเข้าๆ ออกๆ เพื่อดับไฟ แต่เพราะเปลวเพลิงถูกสายลมพัดโหมจึงยิ่งลุกโชนมากกว่าเดิม
แปลก! แม้กองฝ่ายในจะไม่มีพวกเจ้านายอาศัยอยู่ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ควรจะมีอุปกรณ์ดับเพลิงมิใช่หรือ
นี่คือมาตรฐานของสิ่งก่อสร้างภายในวังหลวง แต่ใครจะรู้เล่าว่าตอนนี้นางจะไม่เห็นแม้แต่เงาของเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้น
มองดูพวกนางในและขันทีไร้ประโยชน์เหล่านั้น พวกเขาทำราวกับว่าน้ำแก้วเดียวสามารถดับเกวียนที่กำลังลุกไหม้ทั้งคันได้
กำลังแสดงละครอยู่หรือ?
“นายหญิง พวกเราจะไปช่วยดับไฟหรือไม่เจ้าคะ?”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า เรื่องคืนนี้แปลกประหลาดจนเกินไป
คิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะหันมองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีกครั้ง
“ไป พวกเรารีบไปหาท่านอวี้เฉียงกันดีกว่า”
มองเห็นท่าทางกังวลใจของหลินเมิ้งหยา ป๋ายซูจึงไม่พูดอะไรมาก
ทั้งสองรีบวิ่งออกจากกองฝ่า