ยในโดยไม่ทันสังเกตว่ามีดวงตาคมกริบคู่หนึ่งกำลังจับจ้องแผ่นหลังของพวกนางอยู่
หากจำไม่ผิด เรือนของท่านอวี้เฉียงอยู่ด้านในสุดทางด้านนั้น
ลมพัดมาจากทางทิศเหนือ ฉะนั้นเปลวเพลิงจึงเริ่มลุกลามไปทางเรือนของท่านอวี้เฉียง
เหตุใดจึงบังเอิญเช่นนี้นะ? อยู่ๆ ไฟก็ไหม้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ยิ่งไปกว่านั้น พวกคนที่กำลังช่วยกันดับไฟยังมีท่าทางงุนงงไม่รู้ความ
ตอนนี้นางพอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว
บางทีอาจจะทำเพื่อประโยชน์ทางอ้อมบางอย่าง!
หลินเมิ้งหยาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ไม่นานพวกนางก็มาถึงเรือนของอวี้เฉียง
ผลักประตูบานเก่าผุพังเข้าไป ใบไม้แห้งในสวนถูกลมพัดจนเสียดสีกันดัง ‘ซา ซา’ ส่งผลให้บรรยากาศในเรือนชวนขนหัวลุก
ทว่าตอนนี้หลินเมิ้งหยาไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย สมองของนางมีความคิดแค่ว่าจะต้องหาอวี้เฉียงให้เจออย่างเร็วที่สุด
“อวี้….”
หลินเมิ้งหยาคิดจะร้องเรียกอวี้เฉียง ทว่ามือหนึ่งกลับยื่นเข้ามาปิดปากของนางเอาไว้
หันขวับ ก่อนจะได้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของป๋ายซูซึ่งกำลังส่ายหน้าเบาๆ
โชคดีที่บริเวณรอบๆ เป็นต้นหญ้าซึ่งสูงกว่าครึ่งเอว ดังนั้นหญิงสาวร่างเล็กทั้งสองจึงคุกเข่าลงเพื่อซ่อนตัวได้
“มีอะไร?” หลินเมิ้งหยาส่งสายตาเอ่ยถาม ป๋ายซูเป็นคนมีสัญชาตญาณว่องไว หลังจากหันไปมองรอบด้านทั้งสี่ทิศแล้ว นางจึงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของหลินเมิ้งหยา
“ที่นี่มียอดฝีมือจำนวนมากเจ้าค่ะ”
เป็นไปได้อย่างไร? หลินเมิ้งห