ายตามองใบหน้าแดงก่ำของเจินจู ก่อนจะจิบชาบนโต๊ะต่อ
“เข้ามาได้”
หลังจากได้รับการอนุญาตจากหลินเมิ้งหยา ทั้งสองจึงเข้ามาคุกเข่าลงบนพื้น
เมื่อโขกศีรษะลงกับพื้นแล้ว อยู่ๆ เจินจูก็เงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งพยายามไอออกมาอย่างหนัก
เสียงไอของนางดังมากจนทุกคนคิดว่าปอดของนางกำลังจะหลุดออกมา หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางมองนางด้วยความสงสัย
“เจ้าป่วยหนักขนาดนี้ เช่นนั้นจงกลับไปพักผ่อนให้มาก อย่าได้กังวลเรื่องข้าเลย ป๋ายซูและซูหลานจะดูแลข้าอย่างดี หมาหน่าวจงตามหมอหลวงมาดูอาการของนางด้วย ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนที่อยู่ในการดูแลของข้า ส่วนค่าใช้จ่ายข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง เอาล่ะ เจินจูต้องการการพักผ่อน พวกเจ้าจงออกไปเถิด”
เหตุเพราะไอออกมาอย่างรุนแรง เจินจูเกือบจะหายใจไม่ออก
หมาหน่าวรีบโขกศีรษะลงกับพื้น ก่อนจะประคองเจินจูเดินออกจากเรือนเล็กไป
เมื่อทั้งสองเดินจากไปแล้ว สีหน้าของหลินเมิ้งหยาพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
ถ้วยชาหยกขาวถูกปาลงพื้นอย่างไร้ความปรานี
‘เพล้ง’ เสียงดังขึ้น ถ้วยชาแหลกละเอียด ป๋ายซูหันไปมองนายหญิงของตนเองด้วยอาการตกตะลึง เหตุเพราะแม้นายหญิงจะมีเสื้อผ้าหรือของใช้ราคาแพง แต่นางไม่เคยใช้ของสิ้นเปลือง
ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือภายในตำหนักหลิวซินมีสิ่งของล้ำค่ามากมาย แต่นายหญิงหาใช่คนออกเงินซื้อพวกมันมา
ขณะที่คิดจะเข้าไปเก็บ หลินเมิ้งหยากลับร้องห้าม
“อย่าจับ เจ้าจงไปนำเตาอั้งโล่มา”
แม้จะสงสัย แต่