นางก็ปฏิบัติตามคำสั่ง
เมื่อป๋ายซูกลับเข้ามาพร้อมเตาอั้งโล่ หลินเมิ้งหยาใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบชิ้นส่วนของถ้วยชาบนพื้นโยนเข้าไปในเตาทีละชิ้น
“หลังจากกลับไปแล้ว เจ้าจงนำชุดชงชาทั้งหมดไปเผา จงเปิดเรือนหลังนั้นให้อากาศถ่ายเทสามวันจึงค่อยให้คนเข้าไปอยู่ ช่างเถิด ข้าทำเองดีกว่า เจ้ากับซูหลานจงรอข้าอยู่ด้านนอก”
พูดจบก็ลุกขึ้นไปจัดการในทันที หลินเมิ้งหยาถลกแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปในเรือนของเจินจูและหมาหน่าว ป๋ายซูที่รีบเข้ามารั้งนางเอาไว้ถูกนางดุไปหนึ่งที
ทำได้เพียงยืนรออยู่ในสวน สายตามองทางนายหญิงที่กำลังนำข้าวของของพวกเจินจูและหมาหน่าวออกมาเผา
ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสงสัย นางไม่เข้าใจเลยว่านายหญิงกำลังทำอะไร
ซูหลานซึ่งส่งองค์ชายสิบและแม่นมกลับไปแล้วจึงเข้ามายืนอยู่ข้างๆ นาง
หลังจากป๋ายซูเล่าเรื่องให้ฟัง อีกฝ่ายแสดงท่าทางสงสัยเหมือนตนไม่มีผิดเพี้ยน
หลินเมิ้งหยาสั่งให้พวกนางนำสิ่งของของเจินจูและหมาหน่าวทั้งหมดไปเผา
ยิ่งไปกว่านั้นยังสั่งให้พวกนางจุดอ้ายเยี่ยให้ทั่วทั้งเรือน
ซูหลานซึ่งอาศัยอยู่ในวังหลวงมานานพลันนึกข้อสันนิษฐานบางอย่างขึ้นมาได้
เบิกตาโต ราวกับได้เห็นหายนะอยู่ตรงหน้า จ้องสิ่งของของพวกเจินจูเขม็ง ก่อนจะรีบเข้าไปพาตัวหลินเมิ้งหยาออกจากห้องนั้นโดยไม่สนใจคำสั่ง
“พระชายา! ไม่ได้นะเพคะ มันไม่คุ้มเลยเพคะ พระองค์มีฐานะสูงศักดิ์ เรื่องนี้ให้พวกหนู่ปี้จัดการเองเถิดเพคะ”
ทว่าห้องนั้นกลับว่