วเข้าไปยังห้องโถงของตำหนักหยาเสวียน
เพียงผ้าม่านถูกแหวกออก กลิ่นหอมฉุนพลันเตะเข้าที่จมูกของหลงเทียนอวี้ เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ด้วยคุ้นชินกับกลิ่นกายที่เจือกลิ่นยาอ่อนๆ ของหลินเมิ้งหยาแล้ว ฉะนั้นกลิ่นฉุนจากแป้งและเครื่องหอมเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกอึดอัด
“อวี้เอ๋อร์มาแล้วหรือ มา มา มา มานั่งข้างเปิ่นกงเถิด”
น้ำเสียงของพระสนมเต๋อเฟยเปี่ยมไปด้วยความยินดีปรีดาที่ไม่ได้ยินบ่อยครั้งนัก บางทีอาจเพราะนางคิดว่าหนามยอกอกของตนเองถูกเตะกระเด็นไปจากจวนแล้วอย่างแน่นอน
บรรยากาศภายในห้องโถงอบอุ่นแต่กลับน่าเบื่อหน่าย ทว่าหลงเทียนอวี้พยายามอดทนไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ
เดินเข้าไปใกล้ขึ้น ก่อนจะได้เห็นหญิงสาวใบหน้างดงามยืนเรียงแถวกันอยู่ด้านข้างพระสนมเต๋อเฟย หัวใจของหลงเทียนอวี้พลันกระตุกวูบ
หมู่เฟยยังไม่ตัดใจอย่างนั้นหรือ?
“เพียงได้เห็นหมู่เฟยสบายดี เอ๋อร์เฉินก็รู้สึกสบายใจ หากไม่มีเรื่องอะไรแล้วล่ะก็ เช่นนั้น….”
ความไม่พอใจเจืออยู่ในน้ำเสียงของหลงเทียนอวี้ แต่พระสนมเต๋อเฟยทำท่าราวกับไม่ได้ยิน นางรีบร้องขัดขึ้น
“เด็กคนนี้นี่ เจ้ารู้จักเพียงแต่ยุ่งอยู่กับการบ้านการเมือง เหตุใดจึงไม่สนใจเรื่องของตนเองเลยเล่า? ตอนที่เสด็จพ่อของเจ้าอายุเท่าเจ้า ตอนนั้นพระองค์ก็มีพี่ๆ น้องๆ ของเจ้าหลายคนแล้ว ดูเจ้าเถิด แม้เจ้าจะมีพระชายา แต่ก็เหมือนไม่มีอย่างไรอย่างนั้น คุณหนูเหล่านี้ล้วนเป็นบุตรสาวของขุนนางในราชสำนัก หากเจ