นเป็นครั้งแรก เจ้าจงเก็บเอาไว้เถิด หากมีสิ่งใดไม่สบายใจสามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อ”
หลินเมิ้งหยารู้สึกขอบคุณผู้อาวุโสอวี้ยิ่งนัก ช่วงนี้นางยุ่งกับเรื่องในสำนักหมอหลวงจนตัวเป็นเกลียว ป๋ายซูเองก็มิอาจทิ้งนางไปที่ใดได้
แม้องค์ชายสิบจะมีแม่นมคอยดูแลและช่วงนี้เขากำลังหลงใหลในการเล่นจิ่วเหลียนหวนจึงไม่ยอมออกจากห้อง แต่ถึงกระนั้นก็ยังขาดคนดูแลเรือน
“เพคะ พระชายา”
เอ่ยกำชับอีกสองสามประโยค หลินเมิ้งหยาสั่งให้ป๋ายซูไปแนะนำงานที่ต้องทำ
คนที่อวี้เฉียงส่งมาคือคนที่สามารถพูดกันอย่างตรงไปตรงมาได้ ฉะนั้นด้วยเวลาเพียงไม่นาน ป๋ายซูก็สอนงานซูหลานเสร็จ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ยังดูจริงใจต่อกันมาก
“เข้าใจแล้วหรือไม่?”
ซูหลานยกน้ำชามาให้หลินเมิ้งหยาด้วยตนเอง
กลิ่นหอมอบอวล…ดูเหมือนว่าหากปล่อยให้แม่นางซูหลานคนนี้ทำงานเพียงดูแลต้นไม้ใบหญ้าต่อไปจะเป็นการเสียของเปล่า
ซูหลานและป๋ายซูอยู่ห้องเดียวกันกับหลินเมิ้งหยา แม้สามนายบ่าวจะยังไม่รู้จักมักคุ้นกันมากนัก แต่ซูหลานเป็นคนฉลาด นางเลือกเรื่องที่หลินเมิ้งหยาสนใจออกมาเล่าให้ฟัง
“จริงสิ เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคนดูแลต้นไม้ในวังหลวง ข้าขอถามเจ้าหน่อยว่าหากข้าไม่ต้องการให้สวนของข้ามีหญ้าขึ้น เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไร?”
อันที่จริงหลินเมิ้งหยาเอ่ยถามโดยมิได้คิดอะไรมาก สมัยโบราณไม่มียาฆ่าหญ้า นอกจากใช้คนงานดึงพวกมันออกแล้ว นางก็คิดวิธีอื่นไม่ออก
ทว่าซูหลานกลับยกมือขึ้นป้อ