งปากหัวเราะ ก่อนจะตอบ
“ท่านอาจารย์ของหนู่ปี้เป็นคนสวนของวังหลวง สมัยที่ฮองเฮาฉงหยุนซึ่งเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนยังไม่สิ้นพระชนม์ พระองค์ชอบดอกเก๊กฮวยภูเขามาก ต้นเก๊กฮวยภูเขาพบได้มากในป่า การย้ายพวกมันมาปลูกจึงทำให้ต้นหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ยิ่งไปกว่านั้น ต้นหญ้าเหล่านั้นยังแข็งแรงมาก แม้ปีนี้จะถอนออก แต่ปีหน้าก็งอกขึ้นมาอีก ต่อมาท่านอาจารย์ของหนู่ปี้จึงคิดหาวิธีกำจัดหญ้าเหล่านั้นโดยการเชิญท่านหมอหลวงของสำนักหมอหลวงมาค้นคว้ายาชนิดหนึ่ง หากผสมยาชนิดนี้กับดิน ต้นหญ้าจะเหี่ยวเฉาและตายลง แต่ต้นเก๊กฮวยจะยังอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังบานสะพรั่งสวยงามอีกด้วยเพคะ”
คำพูดของซูหลานทำให้ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย
ยาที่นางกำลังผสมล้วนมีผลต่อรากของต้นโต่วเทียน แต่ถ้าหากอยากกำจัดรากและทำให้ไม่สามารถปลูกต้นโต่วเทียนได้อีก เช่นนั้นวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่เหมาะสม
พวกนางคุยเล่นกันอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน
ตีห้าของเช้าวันถัดมา หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นจากที่นอน
ป๋ายซูยกมือขึ้นขยี้ตา ก่อนจะหันไปมองเจ้านายตนเองซึ่งแต่งตัวเสร็จแล้วและกำลังยืนอยู่หน้ากระจกด้วยความประหลาดใจ
“นายหญิง นี่ท่าน…”
นับตั้งแต่วันที่หัวใจของนายหญิงได้รับความเสียหาย เพียงสัมผัสกับอากาศเย็น นางแทบจะนอนขดอยู่บนเตียงราวกับลูกแมว แต่เพราะเหตุใดวันนี้จึงดูกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษกันเล่า?
“ก็ต้องทำงานนี่นาดังนั้นจึงต้องตื่นเช้าหน่อย ไ