ดูหนาวไม่มาก แต่เพราะกงกงใส่ใจดูแลเป็นอย่างดี ดังนั้นพวกมันจึงยังหยัดยืนอย่างงดงามให้ผู้คนได้เชยชม นี่เป็นครั้งที่สองที่ข้าได้เห็นต้นเหมยที่สวยงามขนาดนี้ เพียงแต่ต้นเหมยที่ได้เห็นคราวที่แล้วดูแข็งทื่อและหยาบกระด้าง ไม่น่าปลื้มอกปลื้มใจดั่งต้นเหมยของกงกง”
สิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึงคือคน หาใช่ต้นเหมยไม่
ต้นเหมยของร้านเป่ยโหลวงดงามงดงามแต่กลับไร้เอกลักษณ์ ดังนั้นจึงเทียบกับต้นเหมยของอวี้กงกงที่ทั้งน่าภาคภูมิใจและแข็งแกร่งไม่ได้
“สายตาของพระชายาแหลมคมยิ่งนัก อยู่ที่นี่มิจำเป็นต้องกังวลว่าจะมีคนแอบฟัง ที่อื่นอาจไม่ใช่ แต่ที่ฝ่ายในแห่งนี้มิมีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่งกับข้าน้อยอย่างแน่นอน”
คาดว่าตอนนี้อวี้เฉียงจะต้องรู้สึกดีกับหลินเมิ้งหยามากขึ้นแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงไม่นำทางนางมาที่นี่
หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจในตัวกงกงที่ภายนอกมีท่าทางธรรมดาคนนี้ยิ่งนัก
“อวี้กงกง ไม่สิ หากเรียกเช่นนั้นคงเป็นการดูแคลนท่าน ข้าควรเรียกท่านว่าผู้อาวุโสอวี้ ผู้น้อยเพียงแค่ต้องการขอบคุณท่านที่นำถ่านฟืนไปมอบให้ในวันนั้น ท่านอย่าได้คิดมากเลย เรื่องวุ่นวายในวังหลวงหาได้เกี่ยวข้องกับท่านไม่ ผู้น้อยจะพยายามระมัดระวัง มิทำให้ท่านต้องเผชิญปัญหาใดๆ”
เพียงได้เห็นท่าทางจริงใจของหลินเมิ้งหยา อวี้เฉียงพลันถอนหายใจยาว
สายตาที่จับจ้องต้นเหมยพลันปรากฏร่องรอยความโดดเดี่ยวเศร้าสร้อย
“ข้าน้อยมิกล้าเป็นผู้อาวุโสหรอก ข้าน้อยเป็นเพียงคนไ