ร้ประโยชน์ในวังหลวงแห่งนี้เท่านั้น แต่เรื่องบางเรื่องพระชายาก็ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว ข้าน้อยได้ยินมาว่าองค์ชายสิบถูกส่งไปอยู่ที่เรือนของพระชายา พระชายาย่อมรู้ดีว่าต่อจากนี้ไปเส้นทางในวังหลวงของท่านคงยากที่จะเดินแล้ว”
คำพูดของอวี้เฉียงทำให้หลินเมิ้งหยาเหยียดยิ้ม
นางมั่นใจแล้วว่าหากคนคนนี้มิใช่คนของท่านอ๋อง เขาก็ต้องเป็นคนของท่านพ่ออย่างแน่นอน หากเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ เขาคงมิเอ่ยเตือนนางเช่นนั้น
“หลังจากข้าเข้าวังมาแล้ว ยังมีเรื่องใดที่ข้าสามารถถอนตัวได้อีกหรือ? แม้แต่ตอนที่ข้ายังอาศัยอยู่นอกวัง ข้าก็ต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องเหล่านี้ ทั้งอ๋องอวี้และสกุลหลินต่างไม่มีสถานะใดให้ข้าหลบหลีกจากอันตรายได้”
การต่อสู้กันขององค์ชาย ตอนแรกเป็นเพียงการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ต่อไปจะกลายเป็นการแย่งชิงบัลลังก์
ตอนนี้สกุลหลินร่วมมือกับอ๋องอวี้ แม้ภายนอกจะดูเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง แต่อันที่จริงแล้วมิต่างอันใดจากน้ำมันที่ถูกตั้งอยู่บนเปลวเพลิง หากไม่ระวังก็อาจจะเดือดจนล้นออกจากกระทะได้
“เฮ้อ การต่อสู้แย่งชิง สุดท้ายก็มิอาจถอนตัวออกมาได้ พ่อของท่านพูดถูกแล้ว เพียงข้ามพ้นประตูวัง ความลึกนั้นมากเสียยิ่งกว่าท้องทะเล หากตอนนั้น…”
คำพูดต่อมาถูกกลบไว้ด้วยเสียงถอนหายใจของอวี้เฉียง
หลินเมิ้งหยาจับสังเกตจากคำพูดของเขาได้ ดูเหมือนผู้อาวุโสท่านนี้จะเป็นสหายเก่าแก่ของท่านพ่อ
เท่านี้ก็สามารถอธิบายได้