แล้วว่าเหตุใดเขาจึงช่วยเหลือนาง
“ช่างเถิด ในเมื่อข้ามิอาจโน้มน้าวท่านได้ เช่นนั้นข้าก็คงต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ท่านเข้าวังมาเพียงลำพัง ดังนั้นจะต้องรู้สึกไม่สะดวกสบายอย่างแน่นอน ต่อจากนี้ไปหากมีปัญหาอะไรก็มาหาข้าที่นี่เถิด หากข้าช่วยได้ ข้าจะช่วยอย่างสุดความสามารถ”
อวี้เฉียงมิได้พูดประโยคนี้เป็นครั้งแรก
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด หากนางปฏิเสธก็คงทำให้เขารู้สึกว่านางเห็นเขาเป็นคนอื่น
“นั่นย่อมดียิ่ง ข้ามีเรื่องวานให้ท่านผู้อาวุโสช่วยสักเล็กน้อย ข้าเข้าวังมาพร้อมกับสาวใช้เพียงคนเดียว ธุระของข้าล้วนเป็นนางไปจัดการ ข้ากังวลว่านางจะยุ่งจนเกินไป ฉะนั้นข้าจึงหวังว่าท่านจะช่วยข้าหาสาวใช้มากความสามารถให้ข้าสักคนหนึ่ง”
วิทยายุทธ์ของป๋ายซูคือไพ่ตายในการรักษาชีวิตของนาง ฉะนั้นป๋ายซูจึงไม่อาจอยู่ห่างจากนางไปได้
นอกจากเจินจูและหมาหน่าวที่คอยรับใช้อยู่ในเรือนแล้วก็ไม่มีใครช่วยงานด้านนอกอีก ฉะนั้นนางจึงจำเป็นต้องขอให้อวี้เฉียงคัดเลือกคนมาให้
อวี้เฉียงก้มหน้าครุ่นคิด ก่อนจะตอบ
“ข้าน้อยจะจัดการเรื่องนี้เอง เพียงแต่วังหลวงมีหูตามากมาย พระชายาต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี พระองค์ต้องป้องกันตัวเองจากการถูกสอดแนมของพวกหมาจนตรอก”
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง แต่กลับลอบยิ้มในใจ
ผู้อาวุโสท่านนี้เก่งกาจยิ่งนัก เขากล้าเปรียบเปรยฮองเฮาและไท่จื่อเป็นหมา นางครุ่นคิด บางทีเขาอาจจะเกลียดชังคนเหล่านั้นมาก
สนทนากันอีกสอง