กรงว่าป๋ายซูจะไม่มีวันยอมใส่เสื้อคลุมของตนเองอย่างแน่นอน
นางในคนนั้นช่วยนางสวมใส่ชุดใหม่ ก่อนจะจัดแต่งทรงผมให้ สุดท้ายจึงถวายคำนับแล้วกลับออกไป โชคดีที่บนโต๊ะมีชาและขนมมากมาย
พวกเขาต้องเหนื่อยทั้งเรื่องของอิงฮวาและรับรองนาง
“คนในวังหลวงจิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ยังปล่อยไปไม่ได้”
เมื่อเหลือเพียงพวกนางสองคน ป๋ายซูจึงถอนหายใจออกมา
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองนาง ก่อนจะกระซิบ
“หลังจากกลับไปแล้วอย่าพูดเรื่องนี้กับใครอีก เรื่องนี้ไม่ธรรมดา เกรงว่าพวกเราเองก็พลอยซวยไปด้วยแล้ว”
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่หลินเมิ้งหยากลับไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าอย่างไร เด็กน้อยก็เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ เขายังเด็ก ซ้ำยังน่ารักและฉลาดเฉลียว ไม่ว่าจะมีเหตุผลเช่นไรก็ไม่สมควรลงมือกับเด็กเช่นนี้
ป๋ายซูผงกศีรษะ นางย่อมรู้เรื่องนี้ดี เรื่องราวเช่นนี้มีทุกยุคทุกสมัย เพียงแค่…เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นต่อหน้าตนเอง ดังนั้นนางจึงรู้สึกว่ามันช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ในที่สุดความวุ่นวายด้านนอกก็สงบลง
หลินเมิ้งหยาเดาว่าอิงฮวาเพียงแค่ตื่นตระหนกแต่เพียงเท่านั้น แต่เพราะนางช่วยเหลือเขาได้ทันเวลา ดังนั้นให้เขากินยาระงับประสาทเล็กน้อยก็ไม่เป็นอะไรแล้ว
เสียงของหมอหลวงดังขึ้นไม่ไกล ก้อนหินที่ถูกทับไว้ในใจถูกโยนทิ้งไปแล้ว
เด็กคนนี้ปลอดภัยแล้ว
เวลาเพียงไม่นาน ร่างบางทั้งสามพลันปรากฏต่อหน้าหลินเมิ้งหยา นางรีบลุกขึ้น แต่ยังไม่ทั