์ของยาจะค่อยๆ แพร่กระจายสู่ต้นโต่วเทียนสุดท้ายยาพิษที่รากของมันก็จะสลายไป
นางจะต้องกระทำอย่างรอบคอบ โชคดีที่ตอนนี้ยาสมุนไพรที่เหลืออยู่ไม่มากเท่าไร ซ้ำต้นโต่วเทียนยังอยู่ในสภาพใกล้ตาย มิเช่นนั้นแผนการนี้คงไม่สำเร็จ
หลังจากสบายใจแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงกินอาหารเย็นได้เยอะกว่าเดิม แต่ถ้าท้องของนางเต็มไปด้วยอาหารแล้วล่ะก็ นางจะนอนไม่หลับ
ดังนั้นนางจึงพาป๋ายซูออกมาเดินเล่น
ล้วนมีคนบอกว่าวังหลวงงดงามหรูหรา แต่ในสายตาของหลินเมิ้งหยาที่นี่ไม่ต่างอันใดจากคุกที่เอาไว้คุมขัง
หลังจากเดินไปสักพัก หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนกันไปหมด ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ ดังนั้นนางจึงพาป๋ายซูกลับไปยังเรือน
ทว่าเพียงหมุนตัวกลับมา เอวของนางก็ถูกลูกตะกร้อกระแทกใส่
ก้มหน้า มองดูลูกตะกร้อหลากสีสันเหมือนของเด็กเล่นตรงหน้า
หยิบขึ้นมา หลินเมิ้งหยามองดูด้วยความประหลาดใจ แม้จะเปื้อนไปด้วยฝุ่น แต่ถึงกระนั้นก็มองออกว่าของเล่นชิ้นนี้ถูกทำขึ้นอย่างประณีต ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้นเอง เสียงเจื้อยแจ้วเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“นั่นหนู่ปี้ที่ไหนกัน เหตุใดเก็บลูกตะกร้อของเปิ่นฮวงจื่อได้แล้วจึงไม่ส่งกลับมา หรือคิดจะเก็บเอาไปเป็นของตัวเอง?”
ช่างหยิ่งผยองนัก หลินเมิ้งหยาหมุนตัว ก่อนจะจ้องมองเด็กน้อยตัวเตี้ยกว่าเอวของตนด้วยความรู้สึกขบขัน
ใบหน้าเล็ก ผิวพรรณเนียนละเอียด ดวงตาเปล่งประกาย ริมฝีปากชมพูระเรื่อ ท่าทางบึ้งตึงเหมือนกำลังไม่พอใจ