นั้น เมื่อเห็นว่าความดื้อรั้นที่แสดงออกมานั้นไร้ประโยชน์ เขาจึงเลือกที่จะอ้าปากแล้วกัดลงบนแขนของหลินเมิ้งหยา
ไอหยา หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้นสูงขณะมองดูหมาป่าตัวน้อยที่กำลังกัดแขนของนาง
แม้จะไม่ได้เจ็บมาก แต่นางคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยที่น่ารักน่าชังเหมือนหลงเทียนอวี้คนนี้จะหัวแข็งขนาดนี้
“รีบปล่อยเดี๋ยวนี้ ผู้หญิงตรงหน้าหาใช่สาวใช้ไม่ แต่นางคือชายาอวี้!”
ป๋ายซูรีบเข้ามาช่วยหลินเมิ้งหยา
หนูน้อยกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะชะงักไป เขาอ้าปากและไม่กัดนางอีก
“เป็นอะไรไป? ไม่กัดแล้วหรือ เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้ากัดเสียเต็มแรงเลยนี่นา”
หลินเมิ้งหยาชักแขนกลับมาดูรอยฟัน
คิดเสียว่าถูกหมาน้อยกัดก็แล้วกัน อยู่ๆ ก็คิดถึงสัตว์เลี้ยงที่น่ารักทั้งสองของตนเองขึ้นมา
รู้สึกหมดอาลัยตายอยากเล็กน้อย นับตั้งแต่วันที่ก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่ นางต้องพบเจอกับเรื่องมากมายจนนางพลาดช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตไปหลายอย่าง
เหยียดยิ้มเยาะเย้ยวาสนาอันแสนอาภัพของตนเอง นางเสมือนคนไร้ความรับผิดชอบ
“เจ้าเป็นพี่สะใภ้สามจริงๆ เหรอ?”
ดวงตากลมโตจับจ้องหลินเมิ้งหยา ริมฝีปากเล็กอ้าค้างเหมือนกำลังตกตะลึง
หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่ารักเหลือเกิน นางยื่นมือเข้าไปหยิกแก้มเขาอีกครั้ง ก่อนจะส่งเสียงหยอกล้อ
“ใช่แล้ว ข้าคือพี่สะใภ้สามของเจ้า เมื่อครู่ข้าจำได้ว่าเจ้าถามว่าข้าคือนังสารเลวใช่หรือไม่? ดูเหมือนข้าต้องกลับไปเล่าให้พี่สามของเจ้าฟังหน่อยแล้วว่าเจ