้าด่าข้าเช่นไร”
นางเพียงแค่อยากแกล้งเด็กเล่นเท่านั้น ทว่าหนูน้อยกลับส่งเสียง “ว๊าก” ร้องไห้ขึ้นมา เสียงสะอึกสะอื้นของเขาน่าสงสารยิ่งนัก
“เอาล่ะ เอาล่ะ เมื่อครู่ยังมีท่าทางไม่ต่างอะไรจากหมาป่าอยู่เลย ข้าแค่ล้อเจ้าเล่น ข้าไม่บอกพี่สามของเจ้าหรอก แต่เจ้าบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าเจ้าเป็นใคร?”
สีหน้าของหนูน้อยเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตายังคงมีน้ำตาคลอเต็มเบ้า เขาก้มหน้าลงครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย
“ข้าชื่อหลงอิงฮวา เป็นองค์ชายลำดับที่สิบ พี่สะใภ้สามห้ามบอกพี่สามเด็ดขาด…ได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยากระหยิ่มยิ้มย่อง คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะทำให้เด็กน้อยกลัวได้มากถึงขนาดนี้
นางแสร้งทำท่าลังเลก่อนจะพยักหน้าลง เด็กคนนี้น่าสนใจหลือเกิน เขาน่าจะอายุเพียงหกเจ็ดปีเท่านั้น แต่อาจเพราะอายุยังน้อย จึงไม่ถูกสภาพแวดล้อมในวังหลวงกดดันกระมัง
“ขอบคุณพี่สะใภ้สามมาก ข้ายกตะกร้อลูกนี้ให้ท่านก็แล้วกัน”
อิงฮวาส่งเสียงอ่อนหวานทว่าดวงตาสีดำคู่นั้นกลับเผยให้เห็นความเสียดาย
หลินเมิ้งหยามิใช่คนชอบรังแกเด็ก ยื่นลูกตะกร้อส่งคืนให้เขา ก่อนตบศีรษะของเขาเบาๆ
“ข้าคืนให้เจ้าดีกว่า ข้าไม่อยากได้ของเด็กเล่นหรอก วางใจเถิด ข้าไม่บอกพี่สามของเจ้าอย่างแน่นอน แต่เจ้าจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ห้ามทำตัวไร้มารยาทกับผู้อื่นอีก”
อิงฮวารีบพยักหน้ารับคำ กอดลูกตะกร้อเอาไว้แน่นเพราะกลัวจะโดนแย่งไป
ทว่าดวงตาของเขาแอบชำเลืองมองพี่สะใภ้สามตรงหน้า