จจะวางแผนรับมือกับรองเจ้าสำนักชุ่ยผู้นี้แล้ว
ชุ่ยซือมีลักษณะท่าทางเคร่งขรึม คนประเภทนี้จะต้องเป็นพวกหัวโบราณอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นสายตาที่มองมาทางนางยังมีแววดูถูกเหยียดหยาม
เกรงว่าในกาลข้างหน้า คนที่จะเอ่ยคัดค้านเป็นคนแรกหากนางคิดจะรักษาพระอาการประชวรของฮ่องเต้จะต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน
ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจ หากนางปล่อยให้คนเหล่านี้เห็นธาตุแท้ของตนเองง่ายๆ เช่นนั้นก้าวต่อไปพวกเขาคงโยนนางออกจากสำนักหมอหลวง
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยพระชายา”
ชุ่ยซือไม่เอ่ยคัดค้านเลยแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นและเตรียมจะกลับไปตอบคำถามลูกน้องของตนเอง
หลินเมิ้งหยาจึงเอ่ยรั้งเขาเอาไว้
“ใต้เท้าชุ่ย ข้ามีเรื่องต้องการขอร้อง”
สายตาของชุ่ยซือปรากฎความไม่พอใจ หากหลินเมิ้งหยามิใช่ชายาอวี้แล้วล่ะก็ เกรงว่านางจะถูกเขาไล่ออกจากสำนักหมอหลวงไปนานแล้ว
“ข้าอยากดูรายงานชีพจรของฮ่องเต้ เหตุเพราะข้าเพิ่งเข้ามาใหม่ ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าฮ่องเต้มีอาการประชวรเช่นไร ฉะนั้นข้าจึงไม่แน่ใจว่าใต้เท้าชุ่ยจะตอบสนองคำขอของข้าได้หรือไม่?”
นางถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชุ่ยซือกลับสบถเสียงเย็น
ไล่สายตาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะส่งเสียงดูแคลนเพื่อปฏิเสธ
“ชายาอวี้ กระหม่อมถวายงานรับใช้ในวังหลวงมาไม่น้อยกว่าสิบปี แม้ฝีมือทางการแพทย์จะมิได้ชื่อว่าเป็นที่หนึ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความสามารถมากกว่าพวกลูกนกหัดบินมาก วิชาการแพทย์ห