วงทุกคน เจ้าจะเข้าใจและรู้ซึ้งถึงคำว่าหน้าไหว้หลังหลอก”
นี่…นี่มัน….อันที่จริงหลินเมิ้งหยาก็พอจะเดาเอาไว้แล้ว ท่านอาจารย์เคยเล่าให้นางฟังด้วยตนเองว่าคนที่จะเข้ามาเป็นหมอหลวงได้จะต้องมีความทะเยอะทะยานและมีฝีมือ
แต่หลินเมิ้งหยาประหลาดใจเหลือเกิน ท่านอาจารย์ไม่เคยเหยียบเข้ามาในวังหลวงมาก่อน เช่นนั้นเหตุใดท่านอาจารย์จึงรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี?
“มีกาพย์กลอนที่พรรณนาเรื่องราวในวังหลวงได้อย่างถูกต้อง เกลี้ยกล่อมยมบาลฉุดกระชากวิญญาณมนุษย์ มิอาจหยุดผีพรายกัดกินหัวใจคน บังเหียนมิอาจรัดปากจิ้งจอก ม้ามิกินหญ้าแต่เป็นทอง คำพูดเหล่านี้กล่าวถึงใต้เท้าทั้งสี่แห่งสำนักหมอหลวง การดำรงอยู่ของพวกเขาทำให้ชีวิตของคนบริสุทธิ์ในวังหลวงต้องดับสูญไปมากมาย”
คิดไม่ถึงเลยว่าสำนักหมอหลวงภายในวังหลวงจะมีด้านมืดเช่นนี้
หลินเมิ้งหยานั่งฟังเงียบๆ แม้ชิวอวี้จะเป็นคนมีความอดทน แต่หลินเมิ้งหยาสัมผัสถึงอารมณ์ขุ่นมัวในน้ำเสียงของเขาได้อย่างชัดเจน
“วันนี้เจ้าได้เจอเจียงข่ายแล้วใช่หรือไม่ อันที่จริงเขาเองก็น่าจะเป็นญาติห่างๆ ของเจ้า เขาคือคนในครอบครัวของพระสนมเต๋อเฟย เขาอาศัยอำนาจของพระสนมเต๋อเฟยในการเข้าวังหลวง ได้ยินมาว่าคุณชายที่ได้รับความรักความเอ็นดูมากที่สุดในสกุลเจียงก็ได้เขาอบรมสั่งสอนจนกลายเป็นหมอขึ้นชื่อ ฉะนั้นเขาจึงกลายเป็นคนสำคัญของสกุลเจียง ชายคนนี้เป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เป็นคนที่รับมือง่ายที่สุดในบรรดา