ม่พบเบาะแสใดๆ หัวใจสั่นสะท้าน หรือนางจะมาช้าไป?
“ใคร?”
เสียงเย็นชาของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของนาง จากนั้นดาบยาวเล่มหนึ่งยื่นมาจ่อคอของนางเอาไว้
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นลูกน้องของหลงเทียนอวี้ ข้าเพิ่งได้รับข่าวมา คืนนี้ไม่ว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรจงหยุดมันซะ มิเช่นนั้นเขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
เมื่อคนที่อยู่ทางด้านหลังได้ยินชื่อของหลงเทียนอวี้ ปลายดาบจึงออกห่างจากคอนางเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้ล้อเจ้าเล่น ข้าคือชายาอวี้ ชีวิตของข้ากับเขาถูกผูกมัดไว้ด้วยกัน หากเขารุ่งเรือง ข้าเองก็จะรุ่งโรจน์ แต่ถ้าหากเขาตกต่ำ ชีวิตของข้าเองก็คงตกต่ำเช่นเดียวกับเขา ฉะนั้นได้โปรดเชื่อคำพูดของข้า”
ชายาอวี้ แน่นอนว่าชื่อนี้ย่อมมีน้ำหนักมากพอ
เลื่อนดาบออกจากคอของหลินเมิ้งหยา แต่เมื่อนางหันหน้ากลับไป นางกลับได้เห็นสายตาสับสนของหลงเทียนอวี้
ข้างกายเขาคือหญิงสาวสวมชุดดำปิดบังใบหน้า
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
หลงเทียนอวี้สวมใส่ชุดเกราะรัดกุม ท่าทางเคร่งขรึมแฝงไว้ซึ่งความอาฆาต หลินเมิ้งหยาตื่นตระหนก นี่เขากำลังจะออกรบอย่างนั้นหรือ?
“รีบหยุดเดี๋ยวนี้ หลงเทียนอวี้ ไม่ว่าเจ้ากำลังจะทำอะไร ตอนนี้ล้มเลิกมันซะ เจ้าจะเสียใจทีหลังอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาทั้งกระวนกระวายทั้งร้อนรน เหตุใดหลงเทียนอวี้จึงไม่คิดปรึกษานางเรื่องนี้? หากหลงเทียนอวี้ทำอะไรลงไปแล้วล่ะก็ เช่นนั้นพระสนมเต๋อเฟยเล่า?
“กลับไป ท