ผิงไฟอยู่ข้างเตา พวกคนรับใช้เอาเกาลัด มันเทศมาให้พวกเราได้ย่างกิน ข้ายังจำกลิ่นหอมของอาหารเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี”
ราวกับว่าป๋ายจื่อกำลังหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต แม้ช่วงเวลานั้นจะแสนขมขื่น แต่กลับมีชีวิตอันแสนเรียบง่าย
“ข้าเองก็อยากกินเหมือนกัน ก่อนมาที่นี่ข้าสั่งให้โรงครัวเตรียมมันเทศเอาไว้ให้พวกเราแล้ว รอพวกเรากลับถึงจวน พวกเรานำมาย่างกินกันดีหรือไม่?”
ดวงตาของป๋ายซ่าวเปล่งประกายไปด้วยความหวัง การย่างมันเทศเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป ดังนั้นจึงได้รับความเห็นชอบจากทุกคน
“ใช่แล้ว ข้าวในวังหลวงจะต้องกินไม่อิ่มอย่างแน่นอน รองานเลี้ยงจบแล้วพวกเราไปย่างมันเทศกันเถิด”
หลินเมิ้งหยาหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เหตุเพราะนางไม่มีครอบครัว เพื่อนสนิทเองก็กลับบ้านไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว
แม้ว่าเพื่อนๆ จะเชิญนางไปร่วมงานเฉลิมฉลอง แต่นางเป็นเพียงคนนอก ดังนั้นจึงไม่อยากไปรบกวนผู้อื่น
มองดูบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสียงหัวเราะในรถม้า ในที่สุดนางก็รู้สึกว่าตนเองมีครอบครัวแล้ว
“ถึงประตูจ่างถิงแล้วขอรับ เชิญทุกท่านลงจากรถม้าและเดินทางไปยังตำหนักฉงชิ่ง”
ภายนอกมีคนรอรับใช้อยู่ก่อนแล้ว ทุกครอบครัวที่ลงจากรถม้าล้วนมีมามาคอยนำทาง
หลินเมิ้งหยามิได้คิดอะไรมาก ที่นี่คงไม่มีใครวางอำนาจบาตรใหญ่อย่างแน่นอน เหตุเพราะงานเลี้ยงในวังหลวงไม่เหมือนงานเลี้ยงที่อื่น
เมื่อลงจากรถม้าก็มีมามาหน้าตาสะ