อาดสะอ้านคนหนึ่งก้าวเข้ามาตรงหน้าพวกนาง หลังจากเห็นหลินเมิ้งหยาแล้วนางจึงถวายคำนับ
“ถวายพระพรพระชายา หนู่ปี้คือผู้นำทางนามว่าหลี่มามา เชิญพระชายาเดินตามหนู่ปี้ไปยังตำหนักฉงชิ่งด้วยเถิด”
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง ก่อนจะสั่งให้ป๋ายจีหยิบถุงเงินส่งให้หลี่มามา
ถึงอย่างไรนี้ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาอย่างช้านาน การมอบเงินสินน้ำใจให้กับผู้น้อยย่อมเป็นเรื่องปกติ
ความใจกว้างของผู้อื่นมิอาจเทียบกับหลินเมิ้งหยาได้เลย หลี่มามายกยิ้มกว้าง นางรู้สึกชื่นชมหลินเมิ้งหยายิ่งนัก
“ไอหยา หนู่ปี้มิอาจรับของล้ำค่าจากพระชายาได้หรอกเพคะ”
ป๋ายจีกลับยัดถุงเงินใส่มือหลี่มามา ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“มามาลำบากแล้ว นี่คือน้ำใจเล็กน้อยแต่เพียงเท่านั้น มามาได้โปรดเก็บไปเถิด”
คราวก่อนตอนที่มาที่นี่ เหล่าสาวใช้ของพระชายาล้วนได้รับเสียงชื่นชมจากทุกคน คราวนี้แม้แต้ป๋ายจื่อเองก็ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบเช่นเดียวกัน
ดูเหมือนคนที่เติบโตขึ้นจะมิใช่เพียงพระชายา
เข้าไปในประตูจ่างถิง ก่อนจะเดินผ่านสวนดอกไม้ อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงตำหนักฉงชิ่งแล้ว สายตาของหลินเมิ้งหยาพลันเหลือบไปเห็นตำหนักที่มืดสนิทเพียงตำหนักเดียวในวังหลวง
ได้ยินมาว่าที่นั่นคือตำหนักชิงกงของฮ่องเต้ นับตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน ฮ่องเต้ก็มิได้ออกจากตำหนักชิงกงอีกเลย ตาคู่สวยหรี่เล็กลงอย่างพินิจพิจารณา หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก
แผนการร้ายที่ท