ำลายได้กระทั่งพี่น้องผองเพื่อน
ยังไม่ทันถึงตำหนักฉงชิ่ง นางพลันได้ยินเสียงไผ่ลู่ลมทางเบื้องหน้า ทุกคนล้วนสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดังนั้นนางจึงมิเป็นที่ดึงดูดสายตาผู้ใด
“ไม่ได้เจอกันนาน พี่สะใภ้สามยังงดงามเหมือนเดิม”
เสียงแผ่วเบาลอยมากระทบโสตประสาท หลินเมิ้งหยาเอียงศีรษะก่อนจะเห็นหลงชิงหาน
เขาแต่งกายแตกต่างจากคุณชายทั่วไป วันนี้หลงชิงหานสวมชุดสีเหลืองสง่างาม
ใบหน้าอ่อนเยาว์หล่อเหลาแย้มยิ้มสบายๆ
“ใช่แล้ว เจ้าเป็นแขกคนสำคัญที่ไม่ยอมมาเยี่ยมเยียนง่ายๆ ได้ยินมาว่าเจ้ายังคงชื่นชอบในการดอมดมเหล่าหญิงสาว เป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดจึงไม่พามาให้พวกข้ารู้จักสักหน่อยเล่า”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยทักทายอย่างไม่ไว้หน้า องค์ชายเจ็ดผู้นี้หาใช่คนดีอะไรไม่
หลงชิงหานรู้จักฝีปากของพี่สะใภ้สามเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำหน้าหนาแล้วหัวเราะ
อันที่จริงนางเองไม่ได้รู้สึกแย่กับหลงชิงหาน เมื่อเทียบกับไท่จื่อที่มักเห็นแก่ตัวแล้ว คนที่มักจะหัวเราะและเล่นสนุกอย่างหลงชิงหานทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย
“จริงสิพี่สะใภ้ ข้าได้ยินมาว่าฮองเฮาเป็นห่วงเป็นใยพวกท่านทั้งสองมากเป็นพิเศษ ข้าได้ยินมาว่านักเต้นระบำที่มาทำการแสดงในวันนี้หาใช่คนของวังหลวง แต่เป็นคนของร้านเป่ยโหลวที่มีแม่นางสวมผ้าปิดหน้าทั้งสองเป็นผู้จัดการ”
เป่ยโหลว? สมองของหลินเมิ้งหยาพลันปรากฏภาพหญิงสาวซึ่งปิดบังใบหน้าของตนเอง คนหนึ่งคือคุณชายเหมย ส่วนอีกคนคือคุณชายจู๋ ดูเห