่ว่าคนที่ฮ่องเต้ทรงตกหลุมรักคือข้า หาใช่นางไม่!”
ท่าทางของจิ้งเยว่ราวกับคนกำลังบ้าคลั่ง จิ่นเยว่ปล่อยให้น้ำตาไหลนองหน้า นางไม่รู้เลยว่าเพราะเหตุใดพวกนางสามพี่น้องจึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“ตอนนี้ข้าเพียงแย่งสิ่งที่เคยเป็นของข้าคืนมาเท่านั้น แม้แต่อวี้เอ๋อร์ก็ต้องเป็นของข้า ข้าต่างหากที่ควรเป็นพระสนมเต๋อเฟยผู้งามสง่า เจ้า…จงเป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ต่อไปเถิด วางใจ ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน”
นัยน์ตาของจิ้งเยว่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะอย่างสิ้นเชิง
ราวกับหยุนลั่วรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นนางจึงมิได้แสดงท่าทางแปลกใจ
“ข้าเลี้ยงอวี้เอ๋อร์มาเองกับมือ ดังนั้นข้าย่อมรู้จักเขาดี แม้ตอนนี้เขาจะยังเคารพเจ้า แต่หากเขารู้ว่าเจ้าทำร้ายเหนียงเหนียง เขาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
จิ่นเยว่ร้องออกมาด้วยความขมขื่น แต่กลับกระตุ้นต่อมอารมณ์ของจิ้งเยว่ นางทั้งโกรธและอับอาย ฝ่ามือเงื้อขึ้นเพราะคิดอยากจะตบหน้านาง แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนกับใบหน้าของตนเอง นางก็เปลี่ยนใจ
“ใบหน้าของข้าจะเสียหายไม่ได้ จิ่นเยว่ เจ้าจงเป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของข้า มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้ารู้จักความร้ายกาจของข้า”
จิ้งเยว่ออกแรงบีบแขนของจิ่นเยว่ แม้ใบหน้านั้นจะกำลังยิ้ม แต่มันคือรอยยิ้มของความบ้าคลั่ง
ไม่มีใครรู้เลยว่าวังหลวงจะเกิดเรื่องราวอันเป็นความลับเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
หลินเมิ้งหยากลับมายังตำหนักของตนเอง ทว่าความสงส