กังวลเรื่องอะไร เกรงว่าสำนักหมอหลวงจะมิได้สงบสุขนัก”
ชิวอวี้ยิ้มแห้งๆ ราวกับว่ามิได้ใส่ใจคำพูดนี้
“คนในสำนักหมอหลวงก็มีคนจำพวกใช้ปากทำงาน จะว่าอย่างไรดีนะ ส่วนใหญ่มักจะถูกควบคุมเอาไว้โดยใครบางคน หากคิดจะล้มล้างสิ่งเหล่านี้ เกรงว่าจะมิใช่เรื่องง่าย”
ประโยคนี้ค่อนข้างสื่อความหมายอย่างชัดเจน หลินเมิ้งหยาเริ่มมั่นใจในวิธีการของตัวเอง
ดูเหมือนพระอาการประชวรของฮ่องเต้จะมิได้ง่ายดายเหมือนที่พวกเขาเล่า
“หรือว่าฮ่องเต้จะมิได้ป่วยติดเตียง?”
หลินเมิ้งหยาคิดอยากสืบเรื่องอาการประชวรของฮ่องเต้ ทว่าชิวอวี้กลับไม่ยอมเปิดเผยสิ่งใดออกมาง่ายๆ
“เรื่องนี้…รอพระชายาเข้าวังหลวงแล้วก็จะรู้เอง ด้านหน้าคือจวนอวี้แล้ว เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”
หมุนตัวเดินจากไป หลินเมิ้งหยามองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนจะตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด
ตอนแรกคิดว่าการได้เข้าไปดูพระอาการของฮ่องเต้เป็นทางเลือกที่ดี
ตอนนี้แม้ชิวอวี้จะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีแผนร้ายอะไรบางอย่างแฝงอยู่ จะไปหรือไม่ไป ตอนนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ยากจะตัดสินใจ
“นายหญิง ท่านกลับมาแล้ว”
เพียงเดินถึงประตูจวน คนเฝ้าประตูก็วิ่งออกมาต้อนรับ
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง ตอนนี้การเข้าออกจวนของนางกลายเป็นเรื่องปกติแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีใครกล้าถามละลาบละล้วงกับนาง คนทั้งจวนล้วนอยู่ในการควบคุมดูแลของนาง
ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ต่างกันรา