ับหญิงสาวตรงหน้าดี เขายกยิ้มอย่างมีมารยาท
เพียงได้ยินว่าเป็นน้องสาวของชิวอวี้ สายตาของคุณชายจู๋พลันอ่อนโยนลง
“จริงๆ เลย ในเมื่อเป็นน้องสาวของคุณชายชิว เช่นนั้นพาเข้ามาเลยก็ได้นี่นา ต้องโทษคนของข้าที่ต้อนรับไม่ดีจนพวกท่านต้องเห็นเรื่องน่าอับอายเข้าเสียแล้ว”
หลินเมิ้งหยามิได้เอ่ยอันใด คุณชายจู๋เสมือนน้ำกลิ้งบนใบบัว คำพูดสวยหรู แต่มิได้มีความหมายอื่นใดเป็นพิเศษ
นางทำเพียงผงกศีรษะลง
“ข้าได้ยินท่านลุงหลี่เล่าว่าคุณหนูคนนี้วาดภาพออกมาได้น่าสนใจยิ่งนัก ไม่ทราบว่าเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นใดอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงของคุณชายจู๋ไร้ซึ่งการดูถูก ราวกับนางต้องการมาชื่นชมภาพวาดจริงๆ
ชิวอวี้เม้มปากหัวเราะ ก่อนจะชี้นิ้วไปทาง “ผลงานชิ้นเอก” ของหลินเมิ้งหยา
หลังจากที่คุณชายจู๋ได้เห็นภาพวาดภาพนั้นแล้ว นางตกตะลึงยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น นางจ้องมองอยู่นาน
“จริงๆ ด้วย …ช่างเป็นภาพวาดที่มีจิตวิญญาณยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้นข้าก็มิรู้จักภาพนี้เท่าที่ควร แต่ดูเหมือนคุณหนูท่านนี้จะเข้าใจผิดแล้ว ดอกเหมยที่สวนด้านหลังเป็นต้นไม้ที่คนในเมืองหลวงต่างชื่นชมและอยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม หาใช่ความประสงค์ของข้าเพียงคนเดียวไม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำให้คุณหนูเข้าใจผิด”
คุณชายจู๋อธิบายด้วยท่าทางหนักใจ
อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม? ดูเหมือนจะเป็นข้ออ้างเสียมากกว่า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นข้าคงเข้าใจคุณชายจู๋ผิดไปแล้ว ขออภัย”
ท