ั้งสองยอมถอยคนละหนึ่งก้าว ชิวอวี้เองก็เข้าใจถึงเหตุผลเหล่านั้นดี มีเพียงลุงหลี่เท่านั้นที่ยังคงงุนงง
ตกลงภาพนี้หมายถึงอะไรกันแน่?
“คุณชายชิว ข้าขออนุญาตเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามของคุณหนูได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาที่คิดจะตอบว่าตนเองสกุลหลินเปลี่ยนใจในตอนท้าย
“ข้าสกุลโจว ชื่อมีเพียงพยางค์เดียวคือฮุ่ย ยินดีที่ได้พบกับคุณชายจู๋”
ดวงตาของชิวอวี้เปล่งประกาย แต่ถึงกระนั้นก็ทำเพียงยิ้มและมิได้เผยความลับของนาง
“ยินดีที่ได้พบคุณหนูโจว เชิญทั้งสองท่านด้านในเถิด”
คุณชายจู๋แสดงความใจกว้างเชื้อเชิญทั้งสอง
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองภาพวาดของตนเอง ก่อนจะเดินตามเข้าไป
มีเพียงลุงหลี่ที่ยังคงแสดงสีหน้างุนงงขณะมองภาพวาด เขามองเห็นเพียงแค่หญิงสาวใส่ชุดสีเหลืองและชายหนุ่มสวมชุดแดงเท่านั้น
“ช้าก่อนคุณชายชิว ข้าน้อยยังไม่เข้าใจ ภาพวาดนี้…หมายถึงสิ่งใดหรือ?”
ชิวอวี้หันไปมองลุงหลี่ ก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหน้า ชายาอวี้ช่างมีนิสัยขี้เล่นยิ่งนัก
“นี่น่ะหรือ…จิ้งจอกหยอกไก่อย่างไรเล่า”
พูดจบ เขารีบเดินตามหลินเมิ้งหยาไป ทิ้งไว้เพียงลุงหลี่ที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าไก่และจิ้งจอกอยู่ตรงไหน
เดินตามหลังคุณชายจู๋ หลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่เหมือนโรงน้ำชาแห่งอื่น
เมื่อเปรียบเทียบการตกแต่ง ที่นี่มิต่างอันใดจากร้านหรูอี้โหลว แต่ร้านเป่ยโหลวมีบรรยากาศเป็นธรรมชาติกว่ามาก
ด้านหลังฉากกั้น เหล่าผู้คนมิได้ส่งเสียงเอะอะโวยวาย