ข้ามายุ่งวุ่นวายกับตำหนักเราหรอกขอรับ แต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เกี้ยวเล็กหลังหนึ่งถูกยกเข้าไปในตำหนักฉินหวู่ ข้าลอบมองดู ไม่เหมือนเกี้ยวของจวนเรา”
หนึ่งชั่วโมงก่อน ? หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด นั่นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากกลับมาจากกลุ่มสามสหายนี่นา
แต่ว่า…ใครกันนะที่สามารถสั่งให้คนยกเกี้ยวเข้าไปในตำหนักฉินหวู่ได้?
ขนาดนางที่เป็นชายายังต้องลงจากเกี้ยวที่ประตูสองเลย
“ดูท่าจะมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นพอสมควรเลยนี่ แต่จะต้องไม่ใช่ผู้ชายอย่างแน่นอน เจ้าเคยเห็นผู้ชายคนไหนนั่งเกี้ยวเล็กๆ ของผู้หญิงด้วยหรือ ?”
ชิงหูส่งเสียงเย็นชาราวกับกลัวว่าโลกจะไม่ถล่มทลายลงมาอย่างไรอย่างนั้น
“แน่นหรือไม่แน่นก็ช่างมันเถิด เจ้ากินข้าวของเจ้าไปให้อิ่มก็พอ”
หลินเมิ้งหยาถลึงตาโตใส่เขา ทว่าหัวใจกลับครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมา ใครมาเยี่ยมเยียนในเวลานี้กันนะ ?
ภายในห้องอ่านหนังสือ แสงเทียนสว่างไสว คนทั้งสองสบตากันนิ่ง
ฝ่ายชายมีใบหน้าหล่อเหลา สายตาเย็นชาเจือโทสะ ฝ่ายหญิงงดงามเย้ายวน ทว่ากลับมีท่าทางเย็นชาเสมือนถูกแช่แข็งนานนับหมื่นปี นางมิต่างอันใดจากเจ้าหญิงหิมะเลยแม้แต่น้อย
หลงเทียนอวี้มองขึ้นๆ ลงๆ เพื่อสำรวจหญิงสาวตรงหน้า สายตาเจือความรังเกียจ
ฝ่ายหญิงเองก็หาได้ปฏิบัติกับเขาด้วยท่าทางอ่อนโยน สายตาคมกริบดั่งใบมีดจับจ้องหลงเทียนอวี้เขม็ง
“เจ้ากลายเป็นตัวอะไรไปแล้วนี่ ? ไม่ได้เจอหน้ากันเพียงสามปี แต่กลับตกต่ำถึงเพียงนี้เชียว