หรือ ?”
เอ่ยปากถามเสียงเย็นชาอย่างไม่ไว้หน้า ยกมือขึ้นกอดอก ราวกับว่าได้เห็นถังขยะอยู่ตรงหน้า
“ข้าเปลี่ยนไปเช่นไรหาใช่กงการอันใดของเจ้าไม่ หากมิใช่เพราะเจ้า ลั่วปิงคงไม่บังคับให้ข้าแต่งกายเช่นนี้ออกมา เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ตายอีกเล่า หากเจ้าตาย พวกเราจะได้เป็นอิสระเสียที”
‘สาวงาม’ ส่งเสียงเย็นชา แต่เสียงนั้นกลับเป็นเสียงของผู้ชาย ท่าทางการนั่งอ้าขากว้างของนางมิใช่อากัปกิริยาที่หญิงสาวควรกระทำเลยแม้แต่น้อย
ราวกับทั้งสองเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาอย่างเนิ่นนาน เพียงได้เจอกันก็เริ่มสงครามน้ำลายทันที
“หาใช่กงการอะไรของเจ้าไม่ คนที่ข้าตามตัวมาคือลั่วปิง มิใช่เจ้า”
สีหน้าของหลงเทียนอวี้ไม่น่ามอง หากเป็นเวลาปกติเขาคงเหวี่ยงดาบฟันคนตรงหน้าแล้ว
“ลั่วปิงติดธุระ ดังนั้นจึงมีเพียงข้าที่มารักษาอาการของเจ้าได้ เจ้าจะรักษาหรือไม่ ?”
ใบหน้าของสาวงามเองก็ไม่มองเช่นเดียวกัน แม้ใบหน้าจะตบแต่งไว้อย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจปิดบังความโกรธเกรี้ยวไปได้
“ไสหัวไป ข้ายอมตาย แต่ไม่มีวันยอมให้เหรินเยา [1] เช่นเจ้ามารักษา หลินขุยส่งแขก !”
อีกฝ่ายที่ถูกเรียกว่าเหรินเยาพ่นลมหายใจเย็นชาออกมา ก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่ลังเล
“ดี ข้าจะไปเตรียมกระดาษเงินกระดาษทอง หากเจ้าตาย พวกข้าจะได้เฉลิมฉลองกัน”
หลินขุยแสดงสีหน้าขมขื่น คุณชายทั้งสองไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อย
ขิงก็รา ข่าก็แรง ไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใคร ดูเหมือนคนที่ต้องลำบากจะกลา