ึกขึ้นมาได้ว่านางต้องทำใจยอมรับฐานะของร่างนี้ให้ได้ขึ้นมา นางกลับพบว่าตนเองไม่ต่างอะไรจากนกคีรีบูนที่ถูกผูกแขนผูกขาเอาไว้
หญิงสาวงดงามในกระจกมีรอยยิ้มที่งดงามทรงเสน่ห์ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงเครื่องประดับบารมีผู้ชายแต่เพียงเท่านั้น นางรู้สึกเสมือนคนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ ผู้หญิงที่คิดก่อตั้งกลุ่มสามสหายขึ้นมาเพื่อแหวกว่ายหาอิสระของตนเองคนนั้นหายไปไหนเสียแล้ว?
มือเรียวงดงามยกขึ้นเช็ดริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ดึงปิ่นปักผมออก ถอดเสื้อผ้า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสาวใช้ทั้งสี่ นางได้เปิดกล่องเสื้อผ้าลับแล้วหยิบชุดของผู้ชายออกมา
เส้นผมสีดำถูกรวบขึ้นแล้วประดับด้วยมงกุฎลายนกกระเรียน หลินเมิ้งหยาเดินออกมาส่องกระจกอีกครั้ง ใบหน้าและเสื้อผ้าอาภรณ์ในเวลานี้ไร้ซึ่งความเป็นหญิงอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของนางกลับหล่อเหลาราวเทพเซียน
เพียงหมุนตัวกลับมา สาวใช้ทั้งสี่พลันอ้าปากค้าง ในที่สุดนายหญิงก็จำได้ว่าตนเองได้ซุกซ่อนเสื้อผ้าของผู้ชายเอาไว้
“นี่ท่าน…”
ป๋ายจีหันไปมองทางหลินเมิ้งหยาอย่างไม่เข้าใจ นายหญิงสั่งให้นางตัดชุดผู้ชายชุดนี้ขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนแรกนางคิดว่าคงไม่มีวันได้ใช้งาน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมาถึง
“พวกเจ้าทั้งสี่จงจำเอาไว้ ผู้หญิงจะต้องมีหน้าที่งานของตนเอง จะต้องสร้างกิจการและยืนด้วยลำแข้งของตนเอง อย่าไปหลงงมงายว่าผู้ชายจะเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีวิต ผู้หญิงที่สามารถดูแลตัวเองได้