ม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ตอนนี้หลงเทียนอวี้ไม่เพียงเปิดเผยออกมา แต่เขายังข่มขู่ตนเองอีกด้วย ดูเหมือนหลงเทียนอวี้จะฝังพวกเขาไว้ที่ต้าจิ้นดั่งปากว่าจริงๆ
หากหลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนมีดที่สุ่มขว้างออกมา เช่นนั้นหลงเทียนอวี้ก็ไม่ต่างอะไรจากดาบที่กำลังจ่อคอของเขาอยู่
หวานเหยียนเลี่ยสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนั้นเขาประเมินคนทั้งคู่ต่ำจนเกินไป
เขายอมรับว่าเขาจัดการเรื่องทั้งหมดอย่างลับๆ หากมิใช่เพราะนายน้อยไม่คิดปิดบังชายาอวี้ เช่นนั้นเขาคิดมาตลอดว่าชายาอวี้จะไม่มีทางรู้เรื่องนี้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดจะตกอยู่ในสายตาของอ๋องอวี้
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ชี้แนะ”
หวานเหยียนเลี่ยกำมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ท่าทางมิได้ยโสโอหังเหมือนเมื่อครู่
มองตามหลังเขาที่พาลูกน้องจากไป ความเย็นชาบนใบหน้าของหลินเมิ้งหยาจึงคลายลง
เสี่ยวอวี้ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของนาง เขาไม่ยอมหันหน้ากลับไปมองหวานเหยียนเลี่ย นางพอจะเข้าใจความรู้สึกของเสี่ยวอวี้ ดูท่าหวานเหยียนเลี่ยคงจะคิดร้ายต่อนาง แต่เสี่ยวอวี้รู้เรื่องนี้เข้า ฉะนั้นเขาจึงบันดาลโทสะ
“เอาล่ะ ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้จบลงที่นี่ พวกเจ้าตามข้าเข้ามา”
ผอจื่อที่อยู่ในตำหนักหลิวซินล้วนเป็นคนเก่าแก่ ดังนั้นพวกนางรู้ดีว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด
เพียงพริบตาเดียว ตำหนักที่เคยมีเสียงอึกทึกพลันเงียบสงบลง
หลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องหลัก สายตาเสมือนค