นกำลังครุ่นคิดบางอย่าง เสี่ยวอวี้นั่งลงข้างกายนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือก ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนของตำหนักหลิวซินห้ามเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีคนตามตัวพวกเจ้าไปที่ใด จำเป็นต้องมาขออนุญาตจากข้าก่อนจึงจะไปได้”
หลินเมิ้งหยาออกคำสั่งเสียงเข้มหลังจากเงียบอยู่นาน
นิ้วมือเรียวยาวยกขึ้นนวดขมับอย่างแผ่วเบา หัวใจของนางกำลังฟุ้งซ่าน
หากนางต้องการหลบหลีกจากแผนการร้ายของป๋ายหลี่อู๋เฉิน นางคงต้องใช้ชีวิตอยู่บนความกลัวไปตลอดกาล
เช่นนั้นสู้นางโจมตีกลับไปเลยเสียยังดีกว่า
ตอนนี้ทางฝั่งหลงเทียนอวี้มิอาจเคลื่อนไหวได้ หากถูกสายลับของป๋ายหลี่อู๋เฉินจับได้ เช่นนั้นจะมิต่างอันใดจากการแหวกหญ้าให้งูตื่น
“เจ้าค่ะ นายหญิง”
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น แต่สาวใช้ทั้งสี่ก็สบตากันก่อนจะพยักหน้าลง
ขอบตาล่างของหลงเทียนอวี้ดำคล้ำ บางทีอาจเพราะเรื่องนี้ เขาจึงมิได้นอนหลับอย่างเต็มที่ตลอดหลายคืน
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันรู้ว่าเรื่องของป๋ายหลี่อู๋เฉินทำให้พระองค์รู้สึกยุ่งยากพระทัย แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องปล่อยลูกศรออกจากคันธนูแล้วเพคะ”
หลินเมิ้งหยารู้ดี หากคิดจะกำจัดการข่มขู่ให้หมดไป เช่นนั้นนางจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลงเทียนอวี้
หันหน้าไปมองหลงเทียนอวี้ ดวงตาคู่สวยแสดงออกถึงความมุ่งมั่น
“ข้าจะหาวิธีจัดการเรื่องนี้อย่างแน่นอน ข้าเป็นผู้ปล่อยตัวป๋ายหลี่อู๋เฉินไปด้วยตน