ียนเลี่ยรับปากเช่นนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวอวี้เองก็ตัดสินใจแล้วเช่นเดียวกัน ดังนั้นถึงแม้นางจะกังวลและอยากคัดค้านก็คงมิเป็นผล
“ดี ข้าจะช่วยท่านจัดการเรื่องนี้เอง เช่นนั้นหลังจากปีใหม่ท่านก็พาเขากลับไปเถิด”
คิดไม่ถึงเลยว่าเสี่ยวอวี้จะอยู่กับนางมาครบหนึ่งปีแล้ว บางทีนี่อาจเป็นการข้ามปีครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะได้อยู่ร่วมกัน หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงถอนหายใจ เรื่องบางเรื่องนางก็มิอาจทำตามใจอยากได้
“ขอบพระทัยพระชายา ชายาอวี้ได้โปรดวางพระทัย นายน้อยอวี้ไม่มีทางลืมบุญคุณของท่านอย่างแน่นอน”
หวานเหยียนเลี่ยถวายคำนับ สุดท้ายเขารู้สึกขอบคุณหลินเมิ้งหยาเหลือเกิน
หากตอนนั้นนางไม่พานายน้อยอวี้ออกมาจากเงื้อมมือของพวกคนชั่ว เกรงว่าตอนนี้นายน้อยอวี้คงตายไปนานแล้ว
เมื่อได้รับอนุญาตจากหลินเมิ้งหยา หวานเหยียนเลี่ยจึงขอตัวกลับไป หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นเท้าคาง ก่อนจะครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย
เสียงฝีเท้าดังขึ้นไกลๆ หลินเมิ้งหยาถอนหายใจก่อนจะเอ่ย
“ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด”
ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ยังคงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดที่ข้างกายนาง
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
จะต้องเป็นสาวใช้ของนางอย่างแน่นอน เรื่องที่เสี่ยวอวี้ต้องจากไปมิใช่แค่นางเท่านั้นที่มิอาจทำใจได้ แม้แต่สาวใช้ทั้งสี่เองก็ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า
โดยเฉพาะป๋ายซู แม้นางจะได้อยู่ที่นี่กับเหล่าสาวใช้ต่อ แต่ถ