ึงอย่างไรนางก็ต้องแยกจากกับเพื่อนพ้อง
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจ ตอนที่คิดจะหมุนตัวไปถาม นางกลับได้เห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในกรง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลคู่นั้นจับจ้องมองนางด้วยความสงสัย
ขนสีขาวแซมเทา ท่าทางมีชีวิตชีวา มันกำลังเอียงคอมองนางด้วยท่าทางน่ารัก
“นี่มัน…”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายขณะสบตาหลงเทียนอวี้
อยู่ ๆ ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เพียงเขาผิวปากเบาๆ เหยี่ยวในกรงก็รีบหันไปหาเขาทันที
“เหยี่ยวตัวนี้ชื่อว่าเสี่ยวจิน คนในจวนฝึกมาเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นยังฉลาดและมีไหวพริบอย่างยิ่ง ข้าได้ยินมาว่าคนเมืองเลี่ยหยุนล้วนชอบเลี้ยงสัตว์ หากมีมันอยู่ เจ้ากับเสี่ยวอวี้จะสามารถส่งจดหมายหากันได้”
เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาทำให้หัวใจของหลินเมิ้งหยาละลาย
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ ๆ น้ำตาพลันเอ่อล้นขึ้นที่ขอบตา ยื่นมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าเหมือนเด็กที่กำลังโศกเศร้าแล้วกอดเอวของหลงเทียนอวี้เอาไว้
“หม่อมฉันไม่อยากให้เสี่ยวอวี้ไป ที่นั่นอันตรายเหลือเกิน เขายังเด็ก แต่หม่อมฉันห้ามเขาไม่ได้เพราะนั่นเป็นโชคชะตาของเขา ทุกคนล้วนมีโชคชะตาของตนเอง เสี่ยวอวี้เองก็เช่นกัน”
หลงเทียนอวี้ชะงัก เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก
แต่ถึงกระนั้นก็ยื่นมือไปวางลงบนแผ่นหลังของหลินเมิ้งหยา ก่อนจะลูบเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“หม่อมฉันเพียงอยากให้เสี่ยวอวี้มีชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป อยากให้เขาเติบโต แต่งงานแ