ไม่เคยเหม่อลอยเลยแม้แต่น้อย
เหตุใดช่วงนี้นางจึงมักเหม่อลอยกันนะ?
“ท่านอาจารย์พูดต่อเลยเจ้าค่ะ”
เฮ้อ ดูเหมือนช่วงนี้นางจะมีเรื่องให้ต้องกังวลมากมาย
เมื่อออกจากห้องหินของท่านอาจารย์ หลินเมิ้งหยาเดินอ้อมไปหาป๋ายหลี่อู๋เฉิน
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว แม้ผู้ที่ถูกคุมขังในคุกแห่งนี้จะเป็นศัตรูของหลงเทียนอวี้ แต่หลินเมิ้งหยาเป็นคนให้ความสำคัญกับความมีมนุษยธรรมดั่งเช่นคนสมัยใหม่
ดังนั้นนางจึงนำเสื้อผ้าและของกินมามอบให้คนเหล่านี้
แม้ของเล็กน้อยเหล่านี้จะไม่ทำให้ทัศนคติของพวกเขาเปลี่ยนไป แต่อย่างน้อยการเก็บพวกเขาเอาไว้ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
ประตูเหล็กบานโตปิดกั้นเอาไว้ หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงมองลอดช่องระบายอากาศเล็กๆ
เขายังคงนั่งก้มหน้า ผมเผ้ารกรุงรังปิดบังใบหน้าของป๋ายหลี่อู๋เฉิน เสื้อผ้าสกปรกกลายเป็นสีเดียวกับฝุ่นเกรอะกรังในคุกใต้ดิน
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็นึกถึงคุณชายผู้มักจะถือพัดโบกสะบัดคนนั้นขึ้นมา แววตาปรากฏความเสียดาย ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหตุใดเขาจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?
“เปิดประตู ข้าจะเข้าไปดูอาการเขา”
องครักษ์เฝ้าประตูลังเล หลงเทียนอวี้เคยสั่งเอาไว้ว่าห้ามมิให้ใครเข้าใกล้เขาเป็นอันขาด แต่หลินเมิ้งหยาเป็นถึงนายหญิงของจวน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอำนาจเช่นเดียวกับหลงเทียนอวี้
ดังนั้น หลังจากที่องครักษ์ทั้งสองสบตากัน พวกเขาจึงเปิดประตูเหล็กออก
“พระชายา เขาอันตรายมาก พระองค์อย่าเข้าใกล้เขามากจนเกินไป