่ออก มองดูสายตาเฉยชาของน้องสาว สุดท้ายจึงส่ายหน้าเบาๆ
ช่างเถิด ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป แต่ตอนนี้หลินเมิ้งหยาก็กลายเป็นชายาอวี้ไปแล้ว แม้เขาอยากจะปกป้องนาง แต่มันก็มิใช่เรื่องง่ายเหมือนก่อนอีกต่อไป
“เจ้าน่ะ…อย่าทำอะไรจนเกินตัว อย่าทำให้ตนเองต้องลำบากรู้หรือไม่?”
ในเมื่อมิอาจพูดสิ่งใดได้ เขาจึงทำได้เพียงกำชับนางเท่านั้น หลินเมิ้งหยาพยักหน้า เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหนานเซิง นางทำได้เพียงแสร้งเฉยชาว่าไม่รู้สึกอะไร
มองตามพี่ชายที่กำลังกลับไป หลินเมิ้งหยานั่งลงบนตั่งในห้องของตนเอง สายตาทอดยาว ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังคิดอะไร
พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น โคมไฟสีแดงถูกจุดจนสว่างไสวสายลมพัดเอื่อยเฉื่อยกระทบร่างจนหนาวเหน็บ
ร่างสูงโปร่งสวมชุดสีแดงสดปรากฏตัวราวกับโบยบินลงมาจากฟากฟ้า เส้นผมพลิ้วไหว ใบหน้าหล่อเหลา เขาตั้งใจแต่งเติมใบหน้าให้ขาวนวล เขียนคิ้วสีดำคมเข้ม
หลินเมิ้งหยาขมวดคิ้วเข้าหากัน ทั้งที่เขาหายไปเพียงไม่นาน แต่ลำตัวกลับส่งกลิ่นหอมฉุนจนนางอยากไอ หมุนตัว ก่อนจะพินิจพิจารณาชายตรงหน้า
“เจ้าเด็กน้อย เหยียสวยหรือไม่? สมัยอยู่ที่เจียงหู เหยียหาได้มีเวลาเสพสุขเช่นนี้”
หลงตัวเองเสียจนอยากอาเจียน นอกจากชิงหูแล้วจะเป็นใครไปได้?
แม้จะเอ่ยเช่นนั้น แต่การแต่งหน้าและแต่งกายของชิงหูในเวลานี้กลับดูงดงามชวนมอง ท่วงท่าของเขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างยิ่ง
ทว่าสายตาของเขากลับเจ้าเล่ห์เสียจนหลินเมิ้งหยารู้สึ