บเขาขนาดไหน แต่ท่านอาจารย์ก็ไม่ยินยอมพบหน้า แต่การที่จู่ๆ ท่านอาจารย์ก็เอ่ยถามเช่นนี้ แสดงว่าเขามิได้ตัดรอนเยื่อใยจากหลานชายไปเสียทีเดียว
“เฮ้อ อันที่จริงเด็กคนนั้นดีหมดทุกด้าน ยกเว้นความเห็นแก่ตัว เมิ้งหยา ข้ารู้ว่าเขาปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไร้ความเคารพ แต่พี่ชายของข้ามีเขาเป็นผู้สืบทอดตระกูลเพียงคนเดียว ข้าเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก หากเขาทำผิดอะไรไป เจ้าห็นแก่หน้าข้าแล้วไว้ชีวิตเขาได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเงียบ นางไม่เคยเห็นท่านอาจารย์ขอร้องใครมาก่อน
เสียงขอร้องด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวเป็นการแสดงออกถึงความรักซึ่งป๋ายหลี่อู๋เฉินไม่เคยเห็นมาก่อน
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าลงเบาๆ
นางรู้จักหลงเทียนอวี้ดี เขาไม่อาจทำใจสังหารป๋ายหลี่อู๋เฉินได้อย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงจับตัวเขามาขังคุกไว้
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี”
แย้มยิ้มกว้าง สีหน้าอ่อนล้า แต่หลังจากได้รับคำสัญญาจากหลินเมิ้งหยา ความรักและเอ็นดูที่ไม่เคยเผยให้เห็นมาก่อนพลันปรากฏขึ้นในดวงตา
ท่านอาจารย์ยังคงเอ็นดูป๋ายหลี่อู๋เฉินเป็นอย่างมาก
“พวกเราอย่าพูดถึงเขาอีกเลยเจ้าค่ะ จริงสิ ข้าอยากให้ท่านอาจารย์ช่วยข้าปรุงยาบางอย่าง ก่อนนั้นข้าเคยเตรียมสูตรยาเอาไว้แล้ว ส่วนนี่คือปริมาณที่ต้องใช้ ท่านลองดูเถิดว่ายังต้องปรับปรุงอะไรอีกหรือไม่?”
ประสบการณ์หลายวันที่ผ่านมาทำให้หลินเมิ้งหยาพบประโยชน์จากเรดาร์อีกอย่างหนึ่ง
เพียงนางนึกถึงยาพิษชนิดหนึ่งหรือ