บและบ้าคลั่ง
หลินเมิ้งหยาหมุนตัวแล้วเดินจากไป อันที่จริงนางรู้สึกเสียดายเล็กน้อย คนฉลาดอย่างป๋ายหลี่อู๋เฉินใช่จะหาได้ง่ายๆ
พริบตาเดียวนางก็เดินมาถึงคุกใต้ดินของท่านอาจารย์ ยังไม่ทันจะเข้าไป นางก็ได้ยินเสียงก่นด่าของท่านอาจารย์ดังลอดออกมา
“เจ้าขยะ! นี่เจ้ากล้าทำลายยาของข้าอย่างนั้นหรือ! ขยะ! ขยะ!”
นับตั้งแต่วันที่รับนางเป็นศิษย์ ราวกับว่าท่านอาจารย์หาผู้สืบทอดวิชาเจอแล้ว ดังนั้นเขาจึงมิได้ทำตัวไร้สาระเหมือนแต่ก่อน
“ท่านอาจารย์ด่าคนเช่นนี้ ช่างไม่น่าเลื่อมใสเอาเสียเลย”
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ภายใน ป๋ายหลี่รุ่ยแต่งกายด้วยผ้าหยาบ แม้เขาจะผอมลงไปมาก แต่สายตากลับเปี่ยมไปด้วยพลัง เส้นผมสีขาวถูกสระอย่างสะอาดสะอ้านและปล่อยสยายไว้ด้านหลัง
“เจ้าเด็กบ้า! ในที่สุดก็นึกถึงข้าขึ้นมาได้แล้วหรือ รีบเข้ามาช่วยข้าจัดการยาพวกนี้เร็วเข้า”
เกรงว่าในจวนแห่งนี้จะมีเพียงป๋ายหลี่รุ่ยคนเดียวเท่านั้นที่กล้าตวาดและถลึงตาใส่หลินเมิ้งหยาเช่นนี้
“เจ้าได้ยินเรื่องของอู๋เฉินแล้วใช่หรือไม่?”
จู่ๆ ท่านอาจารย์ก็เอ่ยถามขึ้น มือที่จับมีดหยกของหลินเมิ้งหยากระตุกเล็กน้อย ความคิดมากมายโลดแล่นในหัวใจ สุดท้ายจึงพยักหน้าก่อนจะเอ่ย
“ข้าไปเยี่ยมเขามาแล้ว ยังปกติเหมือนเดิม แขนขายังอยู่ครบ แต่สติของเขาไม่เหมือนก่อน”
องครักษ์เฝ้าหน้าประตูเล่าว่าอาหลานทั้งสองไม่เคยเข้ามาพบเจอกัน
ไม่ว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินจะเคยร้องขอพ