“เจ้าค่ะ ข้ารู้”
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่วิทยาการทางการแพทย์ในสมัยปัจจุบันมิอาจแทนที่การรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนได้
ภายใต้การสั่งสอนของอาจารย์ ไม่ช้านางจึงนำวิชาการแพทย์ทั้งสองแผนมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
“ท่านป๋ายหลี่ ชายาอวี้”
ร่างผอมบางปรากฏตัวต่อหน้าหลินเมิ้งหยา
เมื่อเทียบกับแต่ก่อน เสื้อผ้าเครื่องประดับอันแสนงดงามที่เคยสวมใส่บนร่างกายกลับกลายเป็นเพียงเสื้อผ้าธรรมดา แม้ความหยิ่งผยองจะเหือดหายไป แต่ถึงกระนั้นอารมณ์ก็ยังผันผวนอยู่เล็กน้อย
ทว่าดวงตาของนางไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งอีกต่อไป
“มาแล้วหรือ? ร่างกายของเจ้าเป็นเช่นไร?”
หลินเมิ้งหยามิได้หยุดงานในมือ นางไม่มีเหตุจำเป็นอันใดที่จะต้องแสดงท่าทีสนิทสนมกับฮูหยินหวัง
“ยังตายไม่ได้เจ้าค่ะ ท่านป๋ายหลี่เล่าทุกอย่างให้ข้าฟังแล้ว นังเด็กอกตัญญูนั่นตายเสียได้ก็ดี”
น้ำเสียงเจือไว้ซึ่งความเย็นชาและโกรธเกรี้ยว
หลินเมิ้งหยาบอกให้ท่านอาจารย์เล่าเรื่องคุณหนูหวังให้นางฟังแล้ว หลังจากเอาชีวิตรอดมาได้ อุปนิสัยใจคอของฮูหยินหวังก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความรู้สึกที่มีต่อหลินเมิ้งซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตและผู้ฆ่าลูกสาวของนางนั้นยากเกินจะอธิบาย
“เจ้าต้องคิดให้ดี ในเมื่อเจ้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เช่นนั้นข้าจะมอบทางเลือกให้เจ้าสองทาง ทางแรกคืออยู่กับข้าที่นี่ ข้ารู้ดีว่าฐานะของเจ้าสูงส่ง ที่ตำหนักของข้าขาดมามาที่คอยดูแลงานอยู่ ส่วนทางที่สองคือเจ้ากลับไปที