รต่อชิงหูเลยแม้แต่น้อย ทว่าสายตาประหนึ่งจิ้งจอกของชิงหูกลับแสดงท่าทางเหยียดหยามเขา
“ไอ้สารเลวอย่างเจ้ามีหน้ามาพูดถึงข้าด้วยหรือ ตายเสียเถอะ!”
พุ่งตัวเข้าไป ทั้งสองต่อสู้กันเป็นพัลวันอีกครั้ง แสงวาววับของดาบพุ่งตรงเข้าไปเชือดเฉือนจนมีหยดเลือดรินไหลทุกครั้ง สำหรับคนที่มิได้เก่งเท่าพวกเขา ล้วนคิดว่ามันคือสงครามแห่งความตาย
ไม่นานองครักษ์ประจำตัวตายไปแล้วหลายคน คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส คนที่ซินหลีพามาด้วยล้วนเป็นคนมีฝีมือ
คนเหล่านี้ได้รับคำสั่งว่าต่อให้ตายก็ห้ามปล่อยศัตรูไปเป็นอันขาด
“องครักษ์ของสกุลหลิน พวกเจ้าจงรีบหนีไปซะ อย่าสนใจข้า!”
จู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็ร้องตะโกนเสียงเย็นขึ้นมา องครักษ์สกุลหลินเปรียบเสมือนวีรบุรุษในสนามรบ นางไม่อยากให้คนเหล่านี้ต้องมาตายเพราะตนเอง
ทว่าพวกเขากลับไม่ยอมหนีไป ดังนั้นหลินเมิ้งหยากับป๋ายซูจึงทำได้เพียงหดตัวอยู่ในวงล้อมที่เล็กมากขึ้นทุกที
“นายหญิง หากทหารองครักษ์กันพวกเขาเอาไว้ไม่อยู่แล้วล่ะก็ ท่านรีบหนีไปนะเจ้าคะ ข้ายังมีวิธีที่จะหยุดซินหลีเอาไว้ได้”
สายตาของป๋ายซูมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
หลินเมิ้งหยารู้ วิธีการของนางคงหนีไม่พ้นการบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย บางทีอาจต้องเอาชีวิตเข้าแลกเสียด้วยซ้ำ
นางไม่อาจปล่อยให้ป๋ายซูทำเช่นนั้นได้ ทว่าสายตาพลันเหลือบไปเห็นป๋ายซูรีบเก็บป้ายหยกของร่างทั้งห้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ซินหลี! ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าจงสังเวยชีวิตขอ