ะมีอะไรไม่เหมาะสม”
ยิ่งผู้ดูแลงานได้เห็น สายตาของเขาก็ยิ่งกระวนกระวาย สุดท้ายเขารีบเดินไปหาหัวหน้าขันที
“ฮวงกงกง ท่านรีบไปดูเถิด อาจเกิดเรื่องใหญ่ได้!”
ฮวงกงกงที่ยืนรับใช้ฮองเฮาถลึงตาใส่ผู้ดูแลงาน ก่อนจะลากตัวผู้ดูแลงานออกไปอีกฝั่งพร้อมทั้งกระซิบเสียงเบา
“เจ้าอยากตายใช่หรือไม่ เหตุใดจึงพูดจาเลื่อนเปื้อนเช่นนี้? หากทำให้เจ้านายทั้งหลายขุ่นเคืองขึ้นมา คอเจ้าจะหลุดจากบ่า”
ผู้ดูแลงานไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก เขาทำเพียงกระซิบที่ข้างใบหูของฮวงกงกง
“เรื่องนี้ร้ายแรงยิ่งนัก เจ้าอย่าได้พูดจาส่งเดช เจ้าดูแน่ใจแล้วใช่หรือไม่? อย่าได้โป้ปดมดเท็จเชียว”
ผู้ดูแลรีบพยักหน้า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรง หากเขาดูพลาด อย่าว่าแต่ฮวงกงกงเลย แม้แต่เหล่าขุนนางเองก็คงส่งตัวเขาไปเลาะเนื้อเฉือนหนัง
“ดี ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าออกไปก่อน ข้าจะไปทูลเหนียงเหนียง เจ้าจงจัดลำดับให้ชายาอวี้รอไปก่อน จากนั้นให้ขุนนางเก่าเป็นผู้เข้าไปไหว้แทน”
งานพิธีสะดุดลงเล็กน้อยเพราะเรื่องของหลินเมิ้งหยา
คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดแน่น มองดูหญิงสาวที่ยังคงแสดงสีหน้าปกติด้านข้าง เมื่อครู่เขาเห็นสีหน้าของผู้ดูแลงานอย่างชัดเจน
หรือจะเกิดเรื่องอันใด?
“เป็นอะไรไป?”
ลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้น หลงเทียนอวี้รู้จักวิธีการที่ฮองเฮาใช้เป็นอย่างดี
พวกเขาจะต้องใช้แรงกดดันจากทุกคนในการกำจัดหลินเมิ้งหยา เมื่อถึงเวลานั้น คนที่จะตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็คือแม่ทัพหลิน
แ