ว่าเจ้าจะชอบเด็กๆ มาก”
เสียงของหยุนจู๋ดังขึ้นจากเบื้องหลัง หลินเมิ้งหยาหมุนตัว
หญิงสาวที่เคยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและสวมผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าเปลี่ยนสีชุดเป็นสีม่วงอ่อน ในที่สุดใบหน้าที่มีแต่ริ้วรอยกลับกลายเป็นงดงามอีกครั้ง
“ดีใจที่เห็นเจ้ากลับมางดงามเหมือนก่อน”
นอกจากเนื้อที่เริ่มหย่อนคล้อยบางส่วน ทว่าทั้งขนคิ้วและผิวพรรณกลับมางดงามสมคำร่ำลือในฐานะหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงแล้ว
เมื่อเทียบกับความงามของหลินเมิ้งหยา หยุนจู๋มีความงดงามของผู้ใหญ่
ดอกกุหลาบสีม่วงทัดอยู่บนใบหน้าด้านขวา ขับให้ดวงหน้าของนางยิ่งงดงามมากขึ้น
หยุนจู่ในเวลานี้มิได้งดงามแบบเด็กสาวไร้เดียงสา แต่นางกลับมีเสน่ห์ชวนมองจนมิอาจละสายตาได้
“ข้าคนก่อนตายไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นเพียงร่างที่มีเนื้อหนังแต่เพียงเท่านั้น ป๋ายหลี่รุ่ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
เหตุเพราะใบหน้ากลับมางดงามดั่งเดิม ดังนั้นความเกลียดชังที่มีต่ออาจารย์จึงลดลง
หากไม่มีความรัก เช่นนั้นความเกลียดชังจะเกิดขึ้นมาได้เยี่ยงไร หลินเมิ้งหยาพยักหน้าก่อนจะตอบ
“ท่านอาจารย์สบายดี แต่ถึงอย่างไรเขาก็อยากเจอหน้าเจ้าสักครั้ง”
ถูกหลานชายของตนเองหลอก เขาขังตัวเองอยู่ในห้องหินมานานหลายปี ท่านอาจารย์ศึกษายาพิษของตนเองเสมอมา นั่นแสดงให้เห็นว่าท่านอาจารย์มิใช่คนที่จะทิ้งขว้างอะไรไปง่ายๆ
ทว่าหลังจากที่ได้พบกับหยุนจู๋ หัวใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป อีกทั้งวิธีการพูดยังเปลี่ย