หลินหนานเซิงไม่อยากจะเชื่อ เขาคิดว่าการคุมขังพวกนางเอาไว้จะทำให้น้องสาวของตนเองดีใจ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเอ่ยเช่นนี้
“แน่นอนว่าข้าไม่อาจลืมได้ แต่น้ำโคลนในเมืองหลวงมิควรแปดเปื้อนพวกท่าน สกุลซ่างกวนกำลังจับตามองพวกเราอยู่ ท่านน่าจะรู้ว่าเพราะเหตุใดแม่เลี้ยงจึงส่งข้าไปแต่งงานกับหลงเทียนอวี้”
หลินเมิ้งหยาอยากให้พี่ชายเข้าใจความขมขื่นของนาง
ใช่ว่าความเจ็บปวดที่นางได้รับจะไม่จำเป็นต้องถูกชดใช้ แต่ท่านพ่อกับท่านพี่ไม่ควรเข้ามาพัวพันกับสงครามของผู้หญิง
แม้ท่านพ่อจะนำทัพทหารหลายล้านคนและได้รับชัยชนะมามากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ของพวกผู้หญิง
“เอาล่ะ เจ้าอย่าพูดอีกเลย เสี่ยวหยา ข้ารู้ว่าเจ้าทำเพื่อข้าและท่านพ่อ แต่การที่ท่านพ่อทำเช่นนี้ แสดงว่าเขาได้พิจารณาแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”
คิดอยากจะพูดอะไรออกมา แต่กลับได้เห็นสายตามุ่งมั่นของหลินหนานเซิง ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงกลืนคำพูดลงท้อง
หวังว่านางจะคิดมากเกินไปแต่เพียงเท่านั้น
“หยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงกลับมาเล่า? ไม่หนาวหรืออย่างไร?”
เสียงเคร่งขรึมดังขึ้น จากนั้นร่างที่สวมใส่ชุดสีเทาพลันปรากฏในสายตาของหลินเมิ้งหยา
“ท่านพ่อ ลูกมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”
ในสายตาของท่านพ่อ นางยังคงเป็นลูกสาวที่น่ารักเสมอ รีบเข้าไปกอดแขนของพ่อตนเองไว้ด้วยท่าทางออดอ้อน
“ดี เช่นนั้นอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนแล้วค่อยกลับเถิด พวกเราสองพ่อลูกไม่ได้เจอกันนานห