แม้ใต้เท้าฉินจะมีภาพลักษณ์ที่ดีในความทรงจำของนาง แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงขุนนางสามรัชสมัย ดังนั้นเขาย่อมพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างอย่างรอบคอบ ส่วนนางจะสามารถพูดกล่อมเขาได้หรือไม่นั้น แม้แต่นางเองก็มิอาจรู้ได้
“เจ้าเด็กน้อย ที่เจ้ามุ่งมั่นจะเข้าวังหลวงเช่นนี้เพราะมีเหตุผลอะไรใช่หรือไม่?”
ชิงหูนิ่งไป ก่อนจะเดาเหตุผลที่ต้องเข้าวัง
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า แพทย์แผนจีนเป็นเรื่องลึกซึ้ง หากนางรักษาผิด เกรงว่าจะส่งผลร้ายต่อคนทั้งตระกูล
“เจ้าจะเข้าวังมิใช่หรือ เจ้าเด็กน้อย เจ้าอย่าลืมว่าที่นั่นมีแต่เสือและจระเข้”
เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ว่าหลินเมิ้งหยาร้องขอสิ่งใด ชิงหูมักจะช่วยเหลือนางอย่างอ่อนโยนเสมอ
“บ้าไปแล้ว พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? ที่นั่นคือวังหลวง หาใช่สถานที่ที่คนธรรมดาจะเข้าไปได้ พี่สาวไปก็เท่ากับกำลังเดินเข้าสู่ความตาย”
หลินจงอวี้แทบสิ้นสติ คนที่คอยหนุนหลังเขาเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าอย่าเข้าไปข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ของต้าจิ้น
แต่พี่สาวกลับมุ่งมั่นที่จะเข้าไปในนั้น นี่มันไม่ต่างอะไรจากการโดนก้อนหินฟาดหน้าเลยแม้แต่น้อย
“มีอะไรน่ากลัวกันเล่า? ก็แค่หญิงแก่ๆ คนหนึ่งมิใช่หรือ? ใช่ว่าข้าจะไม่เคยเข้าไปอยู่ในวังเสียเมื่อไร”
ชิงหูเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ใช่ว่าอำนาจทั้งหมดในวังจะตกอยู่ในกำมือของผู้หญิงคนนั้นเพียงผู้เดียว
แม้ฮ่องเต้จะป่วยหนัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงประทับอยู่ในวังหลวง