นแล้ว
“ข้าน้อยขอคารวะท่านแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพน้อย”
ขณะที่พ่อลูกสกุลหลินกำลังชื่นชมท่าทางสงบนิ่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นั้น หลินเมิ้งหยากลับดึงตัวเขาขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“วันนี้ข้ามาที่นี่ก็เพราะต้องการขอร้องท่านพ่อเรื่องหนึ่ง”
จากนั้นนางเล่าเรื่องการพบกันของตนเองกับเสี่ยวอวี้ให้ฟัง อีกทั้งยังต้องการให้บิดาหาฐานะที่เหมาะสมกับเสี่ยวอวี้ให้
แน่นอนว่าหลินเมิ้งหยายังคงปิดบังเรื่องที่ตนเองทำร้ายคนเหล่านั้นอย่างแสนสาหัสเอาไว้
เหตุเพราะในสายตาของพ่อ นางยังคงเป็นลูกสาวที่น่ารัก
“เรื่องนี้ไม่ยาก สกุลของพวกเรามีญาติมิตรที่ไม่มีทายาทสืบสกุลมากมาย แต่ข้ากลับมองว่าสกุลของพวกเราอาจจะไม่ดีพอกับเจ้าเด็กหนุ่มนี่เสียมากกว่า”
หลินมู่จือมิได้ปฏิเสธหรือยอมรับ เหตุเพราะนี่เป็นคำขอร้องจากลูกสาว
แต่เพียงมองเด็กหนุ่มคนนี้ปราดเดียว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มคนนี้หาใช่คนธรรมดา หากเขาเก็บงำความลับอะไรบางอย่างเอาไว้และทำให้สกุลหลินต้องประสบปัญหาเล่า?
“สายตาท่านแม่ทัพหลินแหลมคมยิ่งนัก อันที่จริงข้าเป็นรัชทายาทแห่งเมืองเลี่ยหยุน แต่เพราะถูกขุนนางทรยศหักหลัง ดังนั้นครอบครัวของข้าจึงถูกฆ่าตายจนหมด ข้างกายข้าเหลือเพียงบริวารที่เชื่อใจได้ หากท่านแม่ทัพรู้สึกหนักใจ เช่นนั้นถือเสียว่าพี่สาวมิได้พูดอะไรออกมาเถิด”
หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าเสี่ยวอวี้จะเล่าเรื่องนี้ออกมาโดยไม่ปิดบัง
นางรู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้เติบโตขึ้น